ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง (สงขลา) ออกสำรวจโลมาในพื้นที่ปากทะเลสาบ ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ตามโครงการตรวจสอบสุขภาพสัตว์ทะเลหายากใกล้สูญพันธุ์ในถิ่นที่อยู่อาศัย จากการสำรวจพบโลมาหลังโหนก 4 กลุ่มด้วยกัน โดยกลุ่มแรกพบโลมา จำนวน 3 ตัว เป็นโลมาแม่ลูก 1 คู่ ว่ายน้ำหากินอาหารอยู่บริเวณปากอ่าว กลุ่มที่ 2 พบโลมา จำนวน 3 ตัว ว่ายกระโดดเล่นน้ำอยู่ในบริเวณหน้าแหลมสนอ่อน กลุ่มที่ 3 ผลการสำรวจพบว่าเป็นโลมาแม่ลูก จำนวน 1 คู่ ว่ายโผล่ขึ้นเหนือน้ำอยู่บริเวณหน้าเกาะหนู และกลุ่มที่ 4 ได้ลงพื้นที่สำรวจทะเลบริเวณหน้าแหลมสนอ่อน พบโลมาอีก จำนวน 4 ตัว สรุปผลจากการสำรวจในครั้งนี้พบโลมาอยู่ที่ประมาณ 8-10 ตัว และได้ทำการตรวจสุขภาพโลมา เป็นโลมาที่อายุมากอยู่ประมาณ 4-5 ตัว โลมาวัยเจริญพันธุ์ จำนวน 3-4 ตัว และตัวลูก จำนวน 2 ตัว โดยรวมถือว่าบริเวณที่ทำการสำรวจดังกล่าวยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ด้านความหลากหลายทางชีวภาพอยู่นั่นเอง
.jpg)
ลักษณะกายภาพของโลมาหลังโหนกนั้น จะมีจะงอยปากยาวโค้งเล็กน้อยที่เด่นชัดคือส่วนของฐานครีบหลังจะเป็นสันนูนสูงรองรับครีบหลังสีลำตัวจะมีการผันแปรต่างกันมาก ตัวเล็กจะมีสีจางจนเหมือนเผือก แม้บางตัวก็มีสีออกขาว หรืออย่างน้อยขาวในบางส่วน หรือสีชมพู ซึ่งสีเหล่านี้ไม่ได้มาจากเม็ดสี แต่เป็นสีของหลอดเลือดที่ช่วยให้ไม่ให้อุณหภูมิร่างกายสูงจนเกินไป และมีส่วนหลังที่เป็นสันนูนเหมือนโหนก อันเป็นที่มาของชื่อสามัญ ขนาดโตเต็มที่ ตัวผู้ยาวประมาณ 3.2 เมตร ขณะที่ตัวเมียยาว 2.5 เมตร และลูกแรกเกิดยาวประมาณ 1 เมตร มีอายุโดยเฉลี่ย 40 ปี โลมาหลังโหนกเมื่ออายุมากขึ้นสีชมพูตามตัวจะยิ่งเข้มขึ้น และส่วนด้านท้องและด้านล่างลำตัวจะเป็นจุด และมีสีที่สว่างกว่าลำตัวด้านบน กินปลาทั้งตามชายฝั่งและในแนวปะการังเป็นอาหารหลัก รวมทั้งหมึก, กุ้ง, ปู ออกหาอาหารเป็นฝูง โดยใช้คลื่นเสียง เป็นโลมาอีกชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาฝึกกันตามสวนน้ำหรือสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำต่าง ๆ ในประเทศไทยจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยพบได้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน
.jpg)
.jpg)