นายนพพล ศรีสุข อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทะเลสาบสงขลามีสภาพเหมือนทะเลสาบปิด เพราะน้ำไม่สามารถไหลผ่านออกไปอ่าวไทยได้ เมื่อเส้นทางการไหลของน้ำถูกปิดจะไม่มีการเคลื่อนที่ของตะกอน เกิดปัญหาการทับถมของตะกอนใต้พื้นน้ำ ทุกวันนี้ในทะเลสาบสงขลาจึงตื้นเขินขึ้นเรื่อยๆ ส่วนที่ลึกที่สุดเพียง 2 เมตรเท่านั้น ทุกๆ ปีตะกอนดินจะสูงขึ้นประมาณ 0.5 เซนติเมตร โดยทะเลสาบสงขลาตอนบน เป็นแหล่งอาศัยของโลมาอิรวดี ที่ผ่านมาทะเลสาบสงขลาเคยมีช่องทางต่อเชื่อมกับทะเลอ่าวไทย โลมาจึงสามารถไปมาหาสู่กับโลมากลุ่มอื่นนอกทะเลสาบได้ แต่เมื่อช่องทางต่อเชื่อมต่างๆ ถูกปิดหมด ประกอบกับพื้นที่บริเวณทะเลสาบสงขลาตอนล่าง มีการติดตั้งเครื่องมือประมงไซนั่งและโพงพางอย่างหนาแน่น โลมาจึงไม่สามารถเดินทางออกนอกทะเลสาบ ทำให้ต้องผสมพันธุ์กันเองในกลุ่ม จนเกิดสายพันธุ์ด้อย ยิ่งนานวันสายพันธุ์อ่อนแอลง รวมถึงสภาพแวดล้อมในทะเลสาบสงขลาเสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ มีผลต่อการดำรงชีวิตของโลมาเป็นอย่างมาก ทำให้พบเห็นโลมาเกยตื้นอยู่เป็นประจำ ที่สำคัญปัจจุบันโลมาอิรวดีในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลายังเผชิญปัญหาติดอวนหาปลา โดยเฉพาะอวนปลาบึก ซึ่งปี 2549 มีอัตราการตายของโลมาจากการติดอวนปลาบึกมากที่สุด
"ทช.จึงร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทำแนวเขตที่อยู่อาศัยของโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา มีพื้นที่ 100 ตารางกิโลเมตร ให้เป็นจุดสังเกตแก่ชาวประมงที่จะมาวางอวนปลาบึก พร้อมกับนำเรือออกเพื่อเฝ้าระวังในช่วงที่เป็นฤดูกาลวางอวนปลาบึก จากผลการสำรวจปี 2557 พบประชากรโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาเหลืออยู่เพียง 15-20 ตัวเท่านั้น จึงอยากขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ และชาวประมง ช่วยกันดูแลเรื่องการติดเครื่องมือประมง และควบคุมปริมาณของเสียที่จะไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์โลมาอิรวดีร่วมกับชุมชนอย่างจริงจัง เพื่อให้โลมาอิรวดีอาศัยอยู่ในทะเลสาบสงขลาได้ต่อไป" นายนพพลกล่าว