กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

’ทช.-ญี่ปุ่น’อัดเสียงวาฬบรูด้าโชว์ผลติดสัญญาณดาวเทียม

  • 7 ก.ค. 2557
  • 1,302
’ทช.-ญี่ปุ่น’อัดเสียงวาฬบรูด้าโชว์ผลติดสัญญาณดาวเทียม

          เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม นายนพพล ศรีสุข อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า จากการที่ ทช.ติดเครื่องส่งสัญญาณดาวเทียม เพื่อการศึกษาการเคลื่อนที่และการอพยพของวาฬบรูด้าบริเวณอ่าวไทยตอนบน โดยได้รับความอนุเคราะห์เครื่องมือจาก ดร.อากามะสุ โทโมนาริ และ ดร.อิวาตะ ทากาชิ 2 นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญวาฬจากประเทศญี่ปุ่น จำนวน 3 ตัว และจากนาย ชาญกิจ ชำนิวิกัยพงศ์ จำนวน 2 ตัว โดยเครื่องส่งสัญญาณดาวเทียมนี้จะถูกรับส่งสัญญาณโดยดาวเทียม ARGOS ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งจะส่งข้อมูลพิกัดทางภูมิศาสตร์มายังผู้ใช้อีกด้วยนั้น วาฬบรูด้าที่ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณดาวเทียมนั้น มีจำนวน 4 ตัว คือ เจ้าเมษา เจ้าพัธยา เจ้าสมหวัง และเจ้าท่าจีน ในส่วนของเจ้าเมษานั้นได้ติดเครื่องส่งสัญญาณดาวเทียมรุ่น SPOT 5 สามารถส่งสัญญาณดาวเทียม และรับข้อมูลการเดินทาง ได้อย่างดีพอสมควร

          "เวลานี้ เราทราบได้ว่า เจ้าเมษาอาศัยอยู่บริเวณอ่าวไทยตอนบนหากินบริเวณชายฝั่งทะเล จ.เพชรบุรี หลังจากนั้น มีการเคลื่อนที่ไปยังบริเวณชายฝั่ง จ.ชุมพร โดยใช้เวลา 3 วัน ในระยะทาง 400 กิโลเมตร ก่อนที่จะพบอุปกรณ์ส่งสัญญาณดาวเทียมที่ติดอยู่หลุดออกและลอยเข้าหาชายฝั่งที่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ส่วนเจ้าพัธยาได้ติดเครื่องส่งสัญญาณดาวเทียมรุ่น SPOT 240 C มีสัญญาณการส่งข้อมูล 2 ครั้งในวันที่ติดตั้ง หลังจากนั้นก็ไม่สามารถรับสัญญาณดาวเทียมจากอุปกรณ์ที่ติดกับเจ้าพัธยาอีกเลย ก่อนที่เจ้าหน้าที่ของศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนจะพบเห็นเจ้าพัธยาในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ไม่พบเห็บอุปกรณ์ติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณดาวเทียมติดกับตัวแล้ว ส่วนเจ้าสมหวังและเจ้าท่าจีนนั้น อุปกรณ์ไม่สามารถส่งสัญญาณดาวเทียมได้" ติดกับตัวแล้ว ส่วนเจ้าสมหวังและเจ้าท่าจีนนั้น อุปกรณ์ไม่สามารถส่งสัญญาณดาวเทียมได้" นายนพพลกล่าว

          อธิบดี ทช.กล่าวว่า นอกจากนี้ ทีมงานวิจัยร่วมไทย-ญี่ปุ่น ยังสามารถบันทึกเสียงวาฬบรูด้าได้เป็นครั้งแรกของโลกอีกด้วย โดยต่อไปในอนาคตงานวิจัยเรื่องเสียงของวาฬ โลมา และพะยูน จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการเข้าใจถึงพฤติกรรมต่างๆ ของสัตว์เหล่านี้ และช่วยในการอนุรักษ์ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ถือได้ว่าเป็นความสำเร็จอีกระดับหนึ่งของ ทช. และเป็นความก้าวหน้าอย่างยิ่งสำหรับการศึกษาสัตว์ทะเลหายาก ที่จะสามารถติดตามการเคลื่อนที่และการอยู่อาศัยของวาฬบรูด้าได้เป็นอย่างดี สำหรับการขัดข้องต่างๆ ของอุปกรณ์ส่งสัญญาณ ดาวเทียมนั้นยังจะต้องศึกษา พัฒนา และหาแนวทางแก้ไขต่อไป เพื่อให้การศึกษาและการติดตามวาฬบรูด้าเป็นไปอย่างสำเร็จลุล่วง

          น.ส.กาญจนา อดุลยานุโกศล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน ทช.กล่าวว่า การที่นักวิจัยไทยและญี่ปุ่นสามารถบันทึกเสียงร้องของวาฬบรูด้าได้นั้น ถือเป็นนิมิตหมายและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากสำหรับการเรียนรู้เรื่องพฤติกรรมที่ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นของวาฬบรูด้า ที่ผ่านมานั้น นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกยังมีความรู้เรื่องการสื่อสารระหว่างวาฬบรูด้าน้อยมาก เพราะที่ผ่านมายังไม่มีใครสามารถบันทึกเสียง เพื่อนำไปศึกษา และแปลความหมายสัตว์ชนิดนี้ได้เลย.

          "วิธีการของเราที่ได้เสียงวาฬบรูด้ามาคือ ติดเครื่องอัดเสียงไปกับตัวช่วยดูด แล้วยิงไปติดกับตัววาฬ โดยเครื่องอัดนี้ จะติดอยู่ที่ตัววาฬพักใหญ่ หลังจากนั้นมันจะหลุดออกมา เราก็ไปตามเก็บ แล้วนำมาเปิดฟัง ปกติแล้วทะเลอ่าวไทยนั้นจะเงียบมาก ก่อนหน้านี้เคยมีนักวิจัยหลายคนพยายามที่จะอัดเสียงสัตว์ทะเลในอ่าวไทย หลายคนถึงกับบ่นว่าทำไมอ่าวไทยมันถึงเงียบวังเวงมาก ไม่มีคลื่นเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาเลย ขณะที่เคยไปวัดเสียงในฝั่งอันดามัน จะมีคลื่นเสียงของกุ้งดีดขัน หรือหอยหุบปาก ส่งเสียงมาให้ได้ยินเป็นระยะ ขณะที่อ่าวไทยแทบจะไม่ได้ยินอะไรเลย กระทั่งได้ยินเสียงร้องของวาฬบรูด้า หลายคนฟังแล้วยิ้ม เพราะมันเป็นเสียงเล็กๆ น่ารักๆ แม้ตอนนี้ เรายังแปลไม่ออกวาฬบรูด้า หลายคนฟังแล้วยิ้ม เพราะมันเป็นเสียงเล็กๆ น่ารักๆ แม้ตอนนี้ เรายังแปลไม่ออกว่ามันหมายถึงอะไร แต่ก็เป็นเรื่องที่ดีที่เราบันทึกเสียงเอาไว้ได้ ขณะนี้ทางทีมวิจัยของญี่ปุ่นได้นำเอาเสียงดังกล่าวไปวิเคราะห์แล้ว คาดว่าต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ ถึงสามารถแปลความหมายออกมาได้" น.ส.กาญจนากล่าว

          ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน กล่าวว่า สำหรับวาฬบรูด้ากับประเทศไทยนั้น นอกจากถือว่าเป็นสัตว์ประจำถิ่นของพื้นที่อ่าวไทยตอนบนแล้ว โดยเวลานี้มีวาฬบรูด้าหากินอยู่บริเวณดังกล่าวประมาณ 50 ตัว นักวิจัยสามารถบันทึกเอกลักษณ์ ทำข้อมูลประจำตัว และตั้งชื่อได้แล้วทั้งหมด 45 ตัวด้วยกัน รวมทั้งสามารถเขียนหนังสือข้อมูล เส้นทางการหากิน และบันทึกภาพเอาไว้ได้จำนวนมาก ถือได้ว่าเวลานี้ นักวิจัยของประเทศไทย มีข้อมูลของวาฬบรูด้า มากกว่าที่อื่นใดในโลกเลยก็ว่าได้ โดยข้อมูลทั้งหมดก็ยังเป็นที่ยอมรับของนักวิจัยเรื่องวาฬบรูด้าจากทั่วโลกอีกด้วย

          เมื่อถามว่า เสียงของบรูด้าที่บันทึกได้นั้นเป็นตัวไหน และใช่ตัวที่เกยตื้นตาย เมื่อเร็วๆ นี้ใช่หรือไม่ น.ส.กาญจนากล่าวว่า ไม่สามารถรู้ได้ว่าตัวไหน เพราะไม่ได้ไปแกะตัวเครื่องอัดออกมาจากตัว แต่ใช้วิธีไปเก็บมาตอนที่หลุดออกมาจากตัววาฬแล้ว ส่วนวาฬตัวที่ตายนั้น ให้เจ้าหน้าที่เก็บชิ้นเนื้อไปตรวจดีเอ็นเอแล้ว คาดว่า อีกไม่นานน่าจะทราบว่าเป็นตัว 1 ใน 45 ตัว ที่ตั้งชื่อเอาไว้แล้วหรือไม่ สำหรับซากนั้น เนื่องจากตัวใหญ่มากไม่สามารถลากออกมาฝังหรือเผาจึงใช้วิธีตัดเป็นชิ้นเล็กๆ เอาไปแขวนไว้ตามจุดต่างๆ ที่น้ำทะเลท่วมถึงและห่างจากบ้านชาวบ้าน ให้น้ำทะเลกัดเซาะตามธรรมชาติให้หมดไปเอง

 

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง