DMCR NEWS

ปลูกป่า ติดฟิล์มลดโลกร้อน

  • 15 ก.ค. 2557
  • 742

          มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่พร้อมกับธรรมชาติมาตั้งแต่กำเนิด และสิ่งที่มอบลมหายใจอันบริสุทธิ์ให้ร่างกายของเราจะเป็นอื่นไปมิได้ นอกจากผืนป่าอาณาจักรที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้นานาชนิด ซึ่งถ้าให้ประมาณการจำนวนแล้วก็คงจะนับไม่ถ้วน แต่ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า ณ ปัจจุบัน อาจมีให้เห็นกันน้อยนิด จะด้วยน้ำมือจากมนุษย์หรือธรรมชาติด้วยกันก็ตาม แต่อย่างไรเสีย ธรรมชาติและป่าไม้ก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่โลกของเราขาดไม่ได้

          "ลามิน่า" เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ได้เดินหน้าจัดโครงการ "รักษ์โลกกับลามิน่า" ซึ่งในปี 2557 นี้ ก็นับเป็นปีที่ 7 แล้ว ที่ได้ดำเนินการสร้างผืนป่า โดยครั้งนี้จะปลูกต้นไม้ในพื้นที่กว่า 60 ไร่ บริเวณสถานีวนวัฒนวิจัยสะแกราช พร้อมร่วมสนับสนุนงบประมาณในการดูแลป่าดังกล่าวอีกด้วย

          นางสาวจันทร์นภา สายสมร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร "ลามิน่า" กล่าวว่า  บริษัทได้เดินหน้าโครงการรักษ์โลกกับลามิน่ามาตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งโครงการดังกล่าวได้ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อสนองแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในด้านการรักษาสภาพทางนิเวศวิทยาสิ่งแวดล้อม โดยลามิน่าริเริ่มโครงการนี้ด้วยความตั้งใจที่จะปลุกจิตสำนึกให้เกิดความรักสิ่งแวดล้อม เกิดความหวงแหนและเล็งเห็นความสำคัญของต้นไม้ที่มีต่อสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของมนุษย์

          สำหรับโครงการรักษ์โลกกับลามิน่า ได้เริ่มติดฟิล์มให้โลกโดยการปลูกป่าถาวรบนพื้นที่ 70 ไร่ ในปี พ.ศ.2551 และในปี พ.ศ.2554 เพื่อฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อม รวมถึงยังได้จัดกิจกรรมปลูกป่าสนับสนุนโครงการทำดีเพื่อแผ่นดิน บนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี จ.ราชบุรี บนพื้นที่ 50 ไร่ ปีต่อมา พ.ศ.2555 ปลูกป่าเพิ่มเติมอีก 40 ไร่ พร้อมดูแลต่อเนื่อง 2 ปี

          นางสาวจันทร์นภาเล่าต่อว่า ในปีนี้ได้จัดกิจกรรมปลูกป่าสนับสนุนโครงการทำดีเพื่อแผ่นดิน ด้วยการฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาสภาวะโลกร้อนที่เผชิญอยู่ในปัจจุบัน ภายใต้แนวคิด "จากป่าสมบูรณ์ที่สูญหายไปเป็นทุ่งหญ้า เปลี่ยนทุ่งหญ้าสู่ป่าใหญ่"  บริเวณสถานีวนวัฒนวิจัยสะแกราช พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าภูหลวง อำเภอวังน้ำเขียว จ. นครราชสีมา ซึ่งถือว่าเป็นการเดินหน้าโครงการต่อเนื่องจากปี พ.ศ.2556 ที่ลามิน่าได้ปลูกป่าบนพื้นที่แห่งนี้ไปแล้ว 40 ไร่ และได้ทำการปลูกป่าเพิ่มเติมอีก 60 ไร่ในปีนี้ อีกทั้งยังได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อการบำรุงรักษาต้นไม้ในโครงการให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อเนื่องอีก 2 ปี รวมถึงสนับสนุบงบประมาณในการซ่อมแซมถนนลูกรังซึ่งเป็นทางตรวจการในการดูแลพื้นที่ป่าอีกด้วย โดยได้ร่วมมือกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง กัลยาณมิตรทางธุรกิจและอาสาสมัคร ในการเพิ่มพื้นที่ป่าและจำนวนต้นไม้ให้กับประเทศไทย

          "การปลูกต้นไม้ไม่ว่าจะถูกดำเนินการอยู่ที่แห่งหนเขตไหนก็ตาม สิ่งนี้เปรียบเสมือนการได้ช่วยติดฟิล์มกรองแสงให้กับโลก นับว่าจะเป็นตัวช่วยที่สามารถลดความร้อนของโลกเราได้ทางหนึ่ง" ซึ่งทุกวันนี้ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นบนโลกเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้นทุกวัน ผลจากการที่มนุษย์เราได้ลงมือทำลายธรรมชาติที่คอยดูแลเรามา

          การดำเนินโครงการรักษ์โลกกับลามิน่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้คืนผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ให้ประเทศไทยไปแล้ว กว่า 200 ไร่ รวมถึงยังได้ขยายขอบเขตของโครงการเพื่อการรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโป่งเทียมเพื่อเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่า หรือแม้แต่การปลูกปะการังเพื่อช่วยฟื้นฟูทะเลไทยในโครงการที่ดำเนินการก่อนหน้านี้ และนอกเหนือจากการเติบโตทางธุรกิจแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการธุรกิจต้องมุ่งมั่นก็คือ การเติบโตเคียงคู่สังคมไทย รวมถึงการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และนั่นคือสิ่งที่ "ลามิน่า" ได้ตระหนักในส่วนนี้มาโดยตลอดเช่นกัน.

          "การปลูกต้นไม้ไม่ว่าจะถูกดำเนินการอยู่ที่แห่งหนเขตไหนก็ตาม สิ่งนี้เปรียบเสมือนการได้ช่วยติดฟิล์มกรองแสงให้กับโลก นับว่าจะเป็นตัวช่วยที่สามารถลดความร้อนของโลกเราได้ทางหนึ่ง"

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง