วันนี้ (5 มิถุนายน 2561) เวลา 15.00 น. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) ร่วมพิธีลงนามความร่วมมือ “โครงการภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน” โดยมีผู้แทนจาก ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม รวมทั้งสิ้นกว่า 20 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร กระทรวงอุตสาหกรรม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมควบคุมมลพิษ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อม สมาคมสร้างสรรค์ไทย และองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ณ บริเวณโซน EDEN ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ โครงการความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน ของหน่วยงานพันธมิตรรวมทั้งสิ้นกว่า 20 หน่วยงาน มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการปัญหาขยะและส่งเสริมการใช้พลาสติกอย่างยั่งยืน ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy โดยมีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกในทะเลไทยลงไม่ต่ำกว่า 50% ภายในปี 2570 โครงการฯ นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการจัดการปัญหาขยะและการใช้พลาสติกอย่างถูกต้องในประเทศไทย และเป็นครั้งแรกที่ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม ได้ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นสมาชิกภายใต้กลุ่มพลาสติกที่มีผู้ผลิตกว่า 177 บริษัท ซึ่งจะมีบทบาทในการสนับสนุนการพัฒนา และปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีพลาสติกที่จะช่วยให้ใช้พลาสติกในการผลิตน้อยลง หรือนำกลับมาใช้ซ้ำและรีไซเคิลให้มากขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เกิด Circular Economy ได้จริงๆ ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับการใช้พลาสติกอย่างยั่งยืน ครอบคลุมไปถึงการใช้หลักการ 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) รวมถึงการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริโภค ตลอดจนประชาชน ให้รู้จักการคัดแยกขยะและจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางอย่างถูกวิธี เพื่อสร้างวัฒนธรรมและเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค โดยจะสร้างโมเดลเมืองสะอาดในพื้นที่นำร่อง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร และจังหวัดระยอง รวมทั้งการจัดทำฐานข้อมูลพลาสติกในประเทศไทย (Thailand Plastic Material Flow Database) ให้เป็นเครื่องชี้วัดผลสัมฤทธิ์ของโครงการและเป็นข้อมูลพลาสติกของประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลต่อไปอนาคต

