นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า จากข้อมูลขยะทะเลพบว่าในปี 2556 สามารถเก็บขยะจากทะเลได้มากถึง 12 ตัน พบเป็นขยะที่มาจากกิจกรรมชายฝั่งและการพักผ่อนมากถึงร้อยละ 73 เป็นถุงพลาสติก 7,000 ชิ้น แต่ที่น่าตกใจคือขยะที่มาจากยาสูบมากถึงร้อยละ 12 และข้อมูลเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทางกรมฯ ได้ทำการเก็บขยะทะเลได้มากกว่า 4 ตันแล้ว ในระยะทาง 60 กิโลเมตร ซึ่งการทิ้งขยะลงสู่ทะเลไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมนั้น ล้วนส่งผลกระทบในทะเลต่อสิ่งแวดล้อมอยู่มาก เช่น ขยะจะบดบังความสวยงามของพื้นที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ทำให้เกิดมลภาวะเป็นพิษต่อแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะบริเวณชายหาดต่างๆ เช่น เกาะลันตา จ.กระบี่ หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต ชายหาดพัทยา ชายหาดบางแสน จ.ชลบุรี บนชายหาดจะมีขยะในทะเลสะสมอยู่ในปริมาณมาก โดยเฉพาะพวกเศษพลาสติก
นายชลธิศกล่าวว่า ขยะบางประเภทก่อให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์ เช่น ขยะที่มีคม และขยะพิษ อีกทั้ง ขยะยังทำให้สัตว์จำนวนมากตาย เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นอาหาร รวมไปถึงแนวปะการังล้วนได้รับผลกระทบทั้งสิ้น ทช. จึงมีแนวคิดจะดำเนินการเก็บขยะชายหาดโดยร่วมกับ สมาคมกรีนฟินส์ และองค์กรอนุรักษ์ท้องทะเล (Ocean Conservancy) เพื่อจัดกิจกรรมทำความสะอาดชายหาดสากล โดยยึดแนวทางปฏิบัติและวิธีการดำเนินงานตามกิจกรรมทำความสะอาดชายหาดสากล พร้อมทั้งจะสร้างเครือข่ายจัดกิจกรรมรณรงค์ ให้ความรู้เกี่ยวกับขยะในทะเล ร่วมกับหน่วยงาน องค์กรท้องถิ่น และจะเพิ่มปริมาณอาสาสมัคร โดยขยายพื้นที่ในการเก็บขยะในทะเล นอกจากนี้ จะจัดทำเป็นคู่มือเพื่อกำหนดมาตรการ ป้องกันและแก้ไข ตลอดจนประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงการจัดการขยะทะเลอย่างถูกวิธีต่อไป
ที่มา : มติชน (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557