กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

เร่งพัฒนาทะเลสาบสงขลาเพื่อเกษตรยั่งยืน

  • 21 ส.ค. 2557
  • 1,318
เร่งพัฒนาทะเลสาบสงขลาเพื่อเกษตรยั่งยืน

          ทะเลสาบสงขลา หรือ ทะเลสาบพัทลุง (ชื่อที่เรียกในเขตจังหวัดพัทลุง) เป็นทะเลสาบแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีพื้นที่ติดต่อกันถึง 3 จังหวัด มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 1,000 ตารางกิโลเมตร ได้แก่ จังหวัดพัทลุง ในเขตอาเภอเมืองพัทลุง  อาเภอปากพะยูน อาเภอบางแก้ว อาเภอเขาชัยสนและอาเภอควนขนุน, จังหวัดสงขลา ในเขตอาเภอระโนด อาเภอสทิงพระ อาเภอกระแสสินธุ์ อาเภอสิงหนคร อาเภอเมืองสงขลา อาเภอควนเนียง อาเภอหาดใหญ่ และอาเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช

          พื้นที่ส่วนใหญ่ของลุ่มนาทะเลสาบเป็นพื้นดิน 7,685 ตารางกิโลเมตร (4,803,125 ไร่) เกือบร้อยละ 90 มีพื้นที่ผิวนาประมาณ 1,042 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณร้อยละ 10 ซึ่งประกอบด้วยทะเลสาบ 4 ส่วนเชื่อมต่อกัน ได้แก่ ทะเลน้อย ทะเลหลวง ทะเลสาบและทะเลสาบสงขลา โดยทะเลสาบทั้งสี่ส่วนเชื่อมต่อกันโดยลาคลอง นอกจากนี้บริเวณส่วนทะเลสาบสงขลายังเป็นส่วนที่เชื่อมต่อกับ อ่าวไทย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ มีระบบนิเวศน์แบบเปิดแบบ 3 น้า ที่มีการผสมผสานทั้งน้าจืด น้ากร่อย และน้าเค็ม

          จากระบบดังกล่าวทาให้พื้นที่ทะเลสาบสงขลามีพื้นที่ป่าบริเวณต้นนาและที่ลาดชันถูกบุกรุกทาลาย ส่งผลให้เกิดการชะล้างพังทลายของดินเพิ่มขึ้น คุณภาพของดินเสื่อมโทรมลง และตะกอนดินทับถมในลาคลองต่างๆทาให้ทะเลสาบตื้นเขิน ขีดความสามารถในการเก็บกักของแหล่งนาลดลง เป็นปัจจัยเสริมให้สถานการณ์นาท่วมและการขาดแคลนนาในฤดูแล้งในลุ่มนารุนแรงขึ้น สัตว์นาลดลง ใช้ที่ดิน ไม่เหมาะสมกับศักยภาพ ขาดการวางแผน

          กรมพัฒนาที่ดิน เป็นหน่วยงานหนึ่งที่เข้ามารับผิดชอบในการแก้ไขปัญหา จึงได้มีการดาเนินการจัดทาระบบอนุรักษ์ดินและน้า อาทิ การปรับรูปแปลงนาลักษณะที่ 3 (ขุดคูยกร่อง) การปลูกพืชยืนต้น การทาขั้นบันไดดิน คันคู รับนาขอบเขา และบ่อดักตะกอนดินเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน รวมถึงการใช้วิธีการทางพืชซึ่งช่วยในการปรับปรุงบารุงดิน โดยดาเนินการภายใต้การยอมรับและการมีส่วนร่วมของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงมีกระบวนการจัดการดินในรูปแบบการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีของกรมในการปรับปรุงบารุงดินที่มีปัญหาในพื้นที่

          นายอภิชาต จงสกุล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า แผนงานการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน ควรประกอบด้วยโครงการในพื้นที่นาข้าว การปรับปรุงดินเปรี้ยวและดินเค็ม สาหรับ การจัดการการใช้ประโยชน์พื้นที่นาข้าว ควรเน้นพื้นที่ทิ้งร้างที่มีอยู่ในลุ่มนาทะเลสาบสงขลาประมาณ 1 แสนไร่ โดยอาจเลือกพื้นที่นาร้างที่เหมาะสม 1-2 แห่ง เพื่อทาเป็นโครงการนาร่อง ในส่วนของการปรับปรุงดินเปรี้ยวและดินเค็ม ควรเริ่มในบริเวณที่มีปัญหาดินเปรี้ยวดินเค็ม ซึ่งส่วนใหญ่พบบริเวณพื้นที่ชุ่มนาด้านเหนือของทะเลสาบและบริเวณรอบๆ ทะเลสาบตอนกลาง

          การอนุรักษ์ดินและนาเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน คันคูรับนาขอบเขา มีการก่อสร้างขั้นบันไดดินแบบขวางความลาดชัน พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน สาหรับบางจุดที่เป็นบริเวณร่องนาฯ จะกาหนดจุดก่อสร้างบ่อดักตะกอนดินควบคุมการหลากของนาในพื้นที่ต้นนา ช่วยบรรเทาปัญหาประเด็นอุทกภัยและความตื้นเขินของแหล่งนา การอนุรักษ์ดินและนาในพื้นที่นาร้างเพื่อการเกษตรแบบผสมผสาน รวบรวมความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่นาร้าง ดาเนินการสารวจออกแบบล่วงหน้า 1 ปี ดาเนินการจัดรูปแปลงนา โดยเน้นการขุดคู ยกร่อง พร้อมเป็นทางลาเลียง ส่งเสริมการปลูกแฝกเพื่อป้องกันการ พังทลายของหน้าดิน หรือใช้พืชปุ๋ยสด ได้แก่ ถั่วพร้า ปอเทือง โสน และพืชตระกูลถั่วเพื่อบารุงดิน

          ด้านนางศิริวรรณ เกษตรสุนทร ผู้อานวยการสถานีพัฒนาที่ดินสงขลา สานักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 กรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า จากการเข้าไปดาเนินการพัฒนาลุ่มน้าทะเลสาบสงขลา ทาให้พื้นที่ดังกล่าว สามารถลดปัญหาการชะล้างพังทลายของหน้าดินลดน้อยลง ป้องกันตะกอนตกทับถม พื้นที่เกษตรกรรม มีการใช้มาตรการอนุรักษ์ดินและนาอย่างเหมาะสม ฟื้นฟูพื้นที่นาร้างให้สามารถกลับมาใช้ประโยชน์ในการปลูกพืชพืชเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ พื้นที่ดินเปรี้ยวได้รับการปรับสภาพให้มีความเหมาะสมกับการเพาะปลูกพืช เกษตรกรได้รับผลผลิตเพิ่มขึ้น และได้รับผลตอบแทนคุ้มค่าต่อการลงทุน พื้นที่หน้าดินได้รับการอนุรักษ์ดินและนา พื้นที่ทิ้งร้างของเกษตรกรถูกนามาใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน พื้นที่นาร้างแปรสภาพเป็นสวนปาล์มนามัน เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีอาชีพมั่นคงและมีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งมีการใช้ประโยชน์ที่ดินแบบอนุรักษ์ที่เหมาะสมและยั่งยืน

          นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขปัญหาพื้นที่ที่ผ่านการเลี้ยงกุ้งกุลาดาและพื้นที่นาร้าง ได้จัดทาระบบอนุรักษ์ดินและน้า เพื่อการเกษตรผสมสาน ตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งดาเนินการไปแล้ว จานวน 12,500 ไร่ และในปี 2558 จะดาเนินการอีก 2,000 ไร่ รวมเป็น 14,500 ไร่ นอกจากนี้ยังมีปัญหาดินเปรี้ยว อีกประมาณ 1.9 แสนไร่ ซึ่งกรมได้ดาเนินการส่งเสริมการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวไปแล้ว จานวน 5,500 ไร่

ที่มา: หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง