ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลฯ เผยสถานการณ์โลมาอิรวดียังน่าห่วงพบตายต่อเนื่อง สถิติล่าสุดปี 57 ตายกว่า 5 ตัว ขอชาวประมงเลี่ยงทำประมงใกล้แหล่งอาศัย หวั่นโลมาสูญพันธุ์
นายสันติ นิลวัตน์ นักวิชาการประมงชำนาญการ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์โลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา เมื่อปี 2556 มีโลมาอิรวดีตาย 7 ตัว และในปีนี้ 2557 ตัวนี้ตายเป็นตัวที่ 5 ส่วนตัวที่ 4 เพิ่งตายเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2557 ที่ผ่านมา โดยสถิติการตายของโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา เมื่อปี 2553 โลมาตายไป 13 ตัว ปี 2554 โลมาตายไป 10 ตัว ปี 2555 โลมา ตายไป 14 ตัว ปี 2556 โลมา ตายไป 7 ตัว และสำหรับในปีนี้ 2557 เป็นตัวที่ 5 สำหรับสาเหตุการตายยังไม่ทราบสาเหตุ เนื่องจากสภาพซากโลมาเน่าเปื่อย
จึงใคร่ขอความร่วมมือชาวประมงที่ทำการประมงอยู่ในทะเลสาบสงขลา หลีกเลี่ยงการทำการประมงใกล้แหล่งอาศัย เกรงว่าโลมาอิรวดีจะสูญพันธุ์
โลมาอิรวดี ที่แวกว่ายอยู่ที่บริเวณอ่าวไทย โดยสถานการณ์โลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา ยังคงพบมีการตายต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะลดลงกว่าปีที่ผ่านมา ล่าสุด นายพงษ์ศักดิ์ เครือแก้ว ชาวประมงออกเรือไปทอดแหจับปลาในทะเลสาบสงขลาพื้นที่ ม.4 หน้าที่ว่าการอำเภอกระแสสินธ์ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา พบโลมาอิรวดีเพศเมีย อายุ 20 ปี ความยาว 2.1 เมตร น้ำหนักประมาณ 80 กิโลกรัม ลอยตายอยู่ในทะเลสาบสงขลา จำนวน 1 ตัว และได้แจ้งให้ทางประธานกลุ่มอนุรักษ์โลมาอิรวดี บ้านแหลมหาด ทราบและทางกลุ่มฯ ได้แจ้งให้ทางศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง มารับโลมาอิรวดีไปพิสูจน์หาสาเหตุการตาย
จากการตรวจสอบพบว่า โลมาอิรวดี เพศเมียตัวนี้ตายมาแล้ว ประมาณ 5 วัน สภาพเน่าเปื่อยไม่พบร่องรอยการติดอวนเครื่องมือการทำประมง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง ได้นำโลมาอิรวดีมาเพื่อดองน้ำแข็งเก็บไว้ให้นักวิชาการประมงที่เป็นหมอปลาจากกรุงเทพฯ ลงมาผ่าซากพิสูจน์เก็บตัวอย่าง ตับ ไต เนื้อเพื่อตรวจชิ้นส่วนอวัยวะภายในนำมาวิเคราะห์หาโลหะหนักและหาสาเหตุการตาย ก่อนที่จะนำซากไปฝังต่อไป.
ที่มา: http://www.thairath.co.th