กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำลังเดินหน้าแผนการจัดระบบการดูแลป่าเชิงพื้นที่ (Area Approach) สำหรับปีนี้มีเป้าหมายใน 4 พื้นที่ ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 3 เดือน ขณะเดียวกันก็รักษาป่า ด้วยการสร้างความร่วมมือระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน
พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บอกว่า ได้มอบหมายให้ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ร่วมกันเดินหน้าแผนการจัดระบบการดูแลป่าเชิงพื้นที่ เพื่อจัดทำพื้นที่เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ป้องกันรักษาป่า และการดูแลรักษาป่าด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนกับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ควบคู่กับการประชุมทางไกลผ่านระบบดาวเทียมเพื่อติดตามการปฏิบัติงานในพื้นที่เป้าหมาย (Area Approach AO) ของ 3 หน่วยงาน
แบ่งกลุ่มป่าออกเป็น พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอนุรักษ์ ป่าชายเลน และแบ่งพื้นที่เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ 4 พื้นที่ คือ "พื้นที่ปฏิบัติการที่ 1 (AO1)" เป็นพื้นที่ป่าไม้ที่มีการบุกรุก ดำเนินคดีกับผู้ที่บุกรุก และคดีได้ถึงที่สุดแล้ว ใช้มาตรการบังคับใช้กฎหมาย หลังจากนั้นเข้าฟื้นฟูพื้นที่และปรับพื้นที่เป็น AO4 จากนั้นระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม 2558 ระยะเวลา 3 เดือนนี้ กำหนดเป้าหมายในพื้นที่กรมป่าไม้ 8,000 ไร่ กรมอุทยานฯ 2,098 ไร่ และกรมทรัพยากรทางทะเลฯ 97 ไร่
สำหรับ "พื้นที่ปฏิบัติการที่ 2 (AO2)" เป็นพื้นที่ป่าที่มีการบุกรุกและได้แจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ไว้แล้ว ใช้มาตรการเร่งรัดติดตามความคืบหน้าของคดีหรือรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมหากได้รับการร้องขอ จากนั้นระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม 2558 กำหนดเป้าหมายในพื้นที่กรมป่าไม้ 6,621 ไร่ กรมอุทยานฯ 795 ไร่ และกรมทรัพยากรทางทะเลฯ 6,077 ไร่
ขณะที่ "พื้นที่ปฏิบัติการที่ 3 (AO3" เป็นพื้นที่มีการบุกรุกแต่อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิสูจน์สิทธิใช้มาตรการนำแผนที่ภาพถ่ายและหลักฐานต่างๆ มาพิสูจน์สิทธิ กรณีพบว่าประชาชนที่ถือครองพื้นที่มีสิทธิในที่ดินจะประสานกรมที่ดินให้ออกเอกสารสิทธิต่อไปแต่หากเป็นกรณีที่ประชาชนที่ถือครองที่ดินไม่มีสิทธิ จะชี้แจงทำความเข้าใจ เพื่อขอพื้นที่ป่าคืน หากประชาชน ไม่ยินยอมจะดำเนินตามกฎหมาย จากนั้นปรับพื้นที่เป็น AO2 โดยระหว่างเดือนม.ค.-มี.ค. 2558 กำหนดเป้าหมายใน พื้นที่กรมป่าไม้ 41,474 ไร่ กรมอุทยานฯ 8,605 ไร่ และ กรมทรัพยากรทางทะเลฯ 8,307 ไร่
สุดท้าย "พื้นที่ปฏิบัติการที่ 4 (AO4)" เป็นพื้นที่ป่าไม้ที่เหลือที่ต้องดูแลรักษา ใช้มาตรการลาดตระเวนเดินเท้าของ เจ้าหน้าที่ การลาดตระเวนทางอากาศ และการเฝ้าติดตาม โดยวิเคราะห์จากภาพถ่ายดาวเทียม
เขา ย้ำว่า ผลจากการตัดไม้ทำลายป่า ส่งผลกระทบรุนแรงใกล้ตัวมากขึ้นทุกวัน จึงเป็นหน้าที่ของทุกคนในการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้ และการทำงานร่วมกันของ 3 หน่วยเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการรักษาป่าไม้ของประเทศไทย เพื่อป้องกันการบุกรุกและทำลายพื้นที่ป่าด้วยการให้คนอาศัยอยู่ร่วมกับป่า ไม่ใช่การดึงคนออกจากป่าทั้งหมด
เป้าหมายดังกล่าว จึงนำมาสู่การเร่งเดินหน้าจัดสรรที่ดินทำกินให้กับผู้ยากไร้ไม่มีที่ดินทำกิน โดยจะจัดสรรที่ดินทำกินให้รูปแบบสหกรณ์ไม่ใช่จัดสรรเป็นกรรมสิทธิ์รายบุคคล เพื่อป้องกันขายที่ดินให้นายทุนในอนาคต
ถือเป็นการทวงคืนผืนป่าให้เป็นทรัพย์สินของประเทศในอนาคต ที่สำคัญจะมีการประเมินผลการดูแลรักษาผืนป่าแต่ละแห่งทั่วประเทศทุก 2 เดือน เพื่อติดตามความก้าวหน้าของระบบการจัดการป่าเชิงพื้นที่การจัดระเบียบแนวใหม่จึงอาจเป็นโอกาสในการรักษาป่าที่เหลืออยู่น้อยให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง
Ref. กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558/ http://edtech.ipst.ac.th