อธิบดีกรมประมง เปิดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง "แนวทางการดำเนินงานของคณะทำงานรองรับการปรับโครงสร้าง ศรชล. และแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ไอยูยู ฟิชชิ่ง) ของประเทศไทย" รวมถึงภัยทุกรูปแบบ
ภายในงานได้มีการพูดคุยถึงภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าเป็น การก่อการร้าย ยาเสพติด การลักลอบทำประมง การแย่งชิงทรัพยากรประมง ฯลฯ รวมถึงภัยที่มีความเชื่อมโยงกับการกระทำผิดกฎหมายระหว่างทะเลกับแผ่นดิน ล้วนแต่กระทบต่อความมั่นคงทางทะเลไทยทั้งสิ้น "ศรชล." จึงได้รับการก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานงานด้านการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และพร้อมที่จะตอบสนองต่อแนวโน้มภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้นจากจำนวนกิจกรรมทางทะเลที่อาจจะเพิ่มมากขึ้นต่อจากนี้
ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2540 เป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยเป็นการรวมหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับงานทางทะเลเข้าไว้ด้วยกันเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาผลประโยชน์ทางทะเลรวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันและไม่เกิดความซ้ำซ้อน หน่วยงานใน ศรชล.ประกอบด้วย ส่วนราชการต่างๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงานทางทะเล โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ หน่วยปฏิบัติการหลัก ได้แก่ กองทัพเรือ กรมประมง กองบังคับการตำรวจน้ำ กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมศุลกากร และหน่วยปฏิบัติการร่วม อาทิ กระทรวงแรงงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฯลฯ
ดร.จุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ในปี 2558 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการของร่างยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล พ.ศ. 2558-2562 โดยให้สภาความมั่นคงแห่งชาติปรับปรุงร่างยุทธศาสตร์ดังกล่าว เป็น แผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล พ.ศ. 2558-2564 โดยแผนนี้มีสาระที่สำคัญก็คือ การปรับโครงสร้างการดำเนินกิจกรรมทางทะเลและกิจการพาณิชย์นาวี การจัดตั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการสั่งการและบูรณาการ ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ความมั่นคง และความยั่งยืน ซึ่งการเพิ่มองค์ความรู้ในเรื่องของการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทั้งภาคประชาชน และผู้ประกอบการด้านอื่นๆ นั้นจะเป็นส่วนสำคัญในการก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำในการรักษาและปกป้องการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลในทุกมิติได้อย่างแท้จริง
ด้วยภารกิจที่ต้องดำเนินการตามแผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล พ.ศ.2558-2564 รวมถึงสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคงทางทะเล ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล. จำเป็นต้องมีความพร้อมที่จะรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยได้ยกระดับจาก "ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล" เป็น "ศูนย์อำนวยการในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล" ขึ้นตรงต่อสำนักนายกรัฐมนตรีและมีบทบาทเป็นองค์กรในการอำนวยการ กำกับการ และประสานการปฏิบัติ ในการรักษา ผลประโยชน์ของชาติทางทะเลกับหน่วยราชการอื่นๆ ของรัฐ และองค์กรหรือหน่วยงานด้านความมั่นคงทางทะเลระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง
สำหรับการรองรับแผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล พ.ศ.2558-2564 จะมุ่งเน้นประเด็นหลัก 3 ประเด็น คือ หนึ่ง การเตรียมการรองรับการปรับโครงสร้างของ ศรชล. สอง การเตรียมแผนบูรณาการให้ระบบตรวจการณ์ตรวจติดตาม ควบคุมเรือ และพิสูจน์ทราบ แสดงผลการปฏิบัติได้ที่หน่วยปฏิบัติการหลักของ ศรชล.ทุกหน่วยงาน และสาม การส่งเสริมความร่วมมือในการสร้างเครือข่ายระหว่าง ศรชล. กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและการค้าที่เกี่ยวเนื่องกับทะเล
ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนงานในการยกระดับ ศรชล. ในปี 2558 นี้ การบูรณาการในการประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยงานหลักของ ศรชล. รวมถึงการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติของหน่วยงาน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะ ความคิด รวมถึงแนวทางการปฏิบัติงานเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน กรมประมงในฐานะหน่วยงานหลักหน่วยงานหนึ่งของศรชล. จึงได้จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง "แนวทางการดำเนินงานของคณะทำงานรองรับการปรับโครงสร้างศรชล. และแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ไอยูยู ฟิชชิ่ง) ของประเทศไทย"ขึ้น เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดและเพิ่มข้อเสนอแนะเกี่ยวกับประเด็นปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายเพื่อดูแลทรัพยากรประมง โดยเฉพาะจากการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม รวมทั้งการดูแลและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
การใช้ประโยชน์ของชาติทางทะเลที่นับวันจะมีมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจสูงขึ้นอย่างมหาศาลและมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่าในมุมกลับกันก็พบว่ามีการเพิ่มขึ้นของภัยคุกคามทางทะเลในรูปแบบต่างๆ มากขึ้นด้วยเช่นกัน การบูรณาการงานร่วมกันด้วยแนวทางการดำเนินงานที่หลากหลายเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายนั้น นับเป็นเรื่องที่ท้าทายในการบริหารจัดการความมั่นคงทางทะเลไทยของ ศรชล. การสัมมนาในครั้งนี้จึงถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญในการรักษาความมั่นคงและปกป้องผลประโยชน์ของน่านน้ำไทย
Ref. คม ชัด ลึก (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 (ข่าว) /www.siamfishing.com (ภาพประกอบ)