กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

สมเดช นาคดี สมาชิกสภาเทศบาลตำบลปากน้ำประธาน ปลูกฝังเยาวชนอนุรักษ์ทรัพย์กรธรรมชาติ-สิ่งแวดล้อม

  • 6 พ.ค. 2558
  • 1,289
สมเดช นาคดี สมาชิกสภาเทศบาลตำบลปากน้ำประธาน ปลูกฝังเยาวชนอนุรักษ์ทรัพย์กรธรรมชาติ-สิ่งแวดล้อม

          “เราจำเป็นต้องปลูกฝังเด็กและเยาวชนให้รู้จักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงนำอาสาสมัครซึ่งเป็นเด็กประมาณ 30 คน มารวมกลุ่มให้ความรู้ สอนให้พวกเขารู้ว่าทำไมเราต้องอนุรักษ์และหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ...”

          การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประเด็นที่ทั่วโลกและนานาประเทศให้ความสำคัญ ฉะนั้น การมีผู้นำชุมชนที่เป็นนักอนุรักษ์ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกับ “สมเดช นาคดี” สมาชิกสภาเทศบาลตำบลปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่เป็นทั้งนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมดีเด่น ซึ่งได้รับรางวัลจากสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (International Union for Conservation of Nature and Natural Resources หรือ World Conservative Union : IUCN) พร้อมกับเป็นนักการเมืองท้องถิ่นอีกด้วย

          นายสมเดช กล่าวว่า เมื่อประมาณกว่าสิบปีที่แล้ว ได้ร่วมกับชาวบ้านที่บ้านคลองเก่า ตั้งกลุ่มนำนักท่องเที่ยวชมป่าชายเลนและวิถีชีวิตของชาวปากน้ำปราณ ซึ่งขณะนั้นได้นั่งเรือไปกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพื่อชมความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ระหว่างนั้นเขาได้ถามว่า “จะพามาดูธรรมชาติ มาดูปลาตีน หรือมาดูขยะ” เพราะบริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยขยะจำนวนมาก ซึ่งก็เป็นความจริงอย่างที่นักท่องเที่ยวคนนั้นพูด จากคำพูดดังกล่าวจึงเป็นแรงบันดาลใจว่าเรามีรายได้จากนักเที่ยวจำนวนมาก แต่ทำไมถึงปล่อยให้ทะเลเต็มไปด้วยขยะมูลฝอย ทำลายความงดงามและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของปากน้ำปราณ ด้วยเหตุนี้จึงเริ่มเก็บขยะตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

          นายสมเดช เล่าต่อว่า ช่วงแรก ๆ ทำคนเดียว ชาวบ้านก็ไม่มีใครสนใจ ขยะที่เก็บส่วนใหญ่มีกลิ่นเหม็นมาก มีทั้งคราบน้ำมันเครื่องสิ่งปฏิกูลทั้งหลายที่ชาวประมงถ่ายเทลงมา เคยชวนเพื่อน พี่ น้อง ลูกหลาน เข้ามาร่วมด้วย แต่ก็ไม่มีใครยอมมาช่วย เพราะขยะเหม็นมากจริง ๆ

          “ผ่านไปหลายปีผมก็ทำอยู่อย่างนั้น พอทำไปนาน ๆ ชาวบ้านก็เห็นความเปลี่ยนแปลง ทะเลเริ่มสะอาดขึ้น ขยะมีจำนวนลดน้อยลง ส่วนหนึ่งอาจมาจากความเห็นใจเลยชวนกันมาช่วย จนกระทั่งตอนนี้ผมได้จัดตั้งกลุ่มขึ้นชื่อ “กลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านคลองเก่า” โดยได้รับการอบรมจาก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ก่อนหน้านั้นมีการประชุมกันที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ปากน้ำปราณ เป็นเวลา 2 วัน 2 คืน และกลุ่มได้คัดเลือกให้ผมเป็นประธาน ก็ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ส่วนกิจกรรมมีการเก็บขยะทางทะเล และปลูกป่าบ้าง”

          ช่วงแรก ๆ เก็บขยะได้เป็นตัน เห็นแล้วเป็นปัญหาที่น่าห่วงซึ่งจากบทเรียนที่ผ่านมา ตนเล็งเห็นว่าเราจำเป็นต้องปลูกฝังเด็กและเยาวชน ให้รู้จักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงนำอาสาสมัครซึ่งเป็นเด็กประมาณ 30 คน มารวมกลุ่มให้ความรู้ สอนให้พวกเขารู้ว่าทำไมเราต้องอนุรักษ์และหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งที่เราทำอยู่นั้นเพื่ออะไร และที่สำคัญต้องทำให้พวกเขารู้ว่าเราต้องพึ่งพาธรรมชาติ เพราะธรรมชาติจะเป็นแหล่งอาหารให้กับชุมชนตลอดไปซึ่งที่ผ่านศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินีเคยนำเด็กกลุ่มดังกล่าวไปปลูกป่า ไปเป็นไกด์นำเที่ยว ทำกิจกรรมด้านอนุรักษ์ ซึ่งเด็ก ๆ มีความตั้งใจและกระตือรือร้น

          สมาชิกสภา ท.ต.ปากน้ำปราณ อธิบายว่า ผลจากการดำเนินงานดังกล่าว ในปี 2553 ได้รับรางวัลนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมดีเด่น จากสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (International Union for Conservation of Nature and Natural Resources หรือ World Conservative Union : IUCN) ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจจากนั้นได้พยายามทำให้ปากน้ำปราณเป็นเมืองที่น่าอยู่ ล่าสุดได้มีการทำสูตรน้ำหมักชีวภาพใช้ในชุมชน เนื่องจากปากน้ำปราณเป็นชุมชนที่ชาวบ้านมีอาชีพประมงเป็นหลัก ชาวบ้านผ่าหรือแล่ปลาหมึกแล้วก็เทลงท่อระบายน้ำ ทำให้เกิดกลิ่นเน่าเหม็น เลยใช้วิธีทำน้ำหมักชีวภาพเพื่อเป็นการป้องกันกลิ่นเหม็นในชุมชน โดยได้รับการสนับสนุนจาก ปตท. เป็นเงินประมาณ 5-6 หมื่นบาท มีการขยายผลทำทั้งชุมชน เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา

          “ในส่วนของการาพัฒนาเทศบาลตำบลปากน้ำปราณ ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาเทศบาล ก็ยังให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน โดยเฉพาะที่ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของเทศบาลตำบลปากน้ำปราณ ส่วนหนึ่งเรามาช่วยดูแลรักษาพื้นที่ตามที่ศูนย์ได้ร้องขอในการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น นำรถน้ำมารดต้นไม้ พอมีคณะมาดูงานเทศบาลจะแนะนำให้มาเที่ยวที่ศูนย์แห่งนี้ เพราะถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงด้านความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลน มีพื้นที่กว่า 848 ไร่ นอกจากนี้กิจกรรมของเทศบาลก็จะมีการเก็บขยะตามริมฝั่งทะเล ปลูกป่าชายเลน ตอนนี้เทศบาลมีการเก็บขยะทางน้ำอาทิตย์ละ 1 วัน หรือเดือนละ 4-5 ครั้ง ครอบคลุมพื้นที่ในเขตเทศบาล”

          สมาชิกสภา ท.ต.ปากน้ำปราณ ทิ้งท้ายว่า กิจกรรมทั้งหลายเหล่านี้ ไม่ว่าจะทำในฐานะนักอนุรักษ์หรือนักการเมืองท้องถิ่น ล้วนสอดคล้องกับนโยบายของเทศบาลที่มุ่งเน้นส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยวอย่างที่ทราบกันดีว่า ขณะนี้ อ.หัวหิน มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นถึงขั้นแออัด หนาแน่น และท้ายที่สุดจำนวนนักท่องเที่ยวเหล่านั้นก็ต้องขยายตัวมาที่ปากน้ำปราณ ซึ่งเรื่องนี้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามา ทั้งในด้านการดูเรื่องความสะอาด ขยะมูลฝอย ปรับปรุงภูมิทัศน์ ทำให้บ้านเมืองสะอาดขึ้น ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น ทำให้ประชาชน พ่อค้า แม่ค้า ชาวประมง ชาวบ้านที่ทำโฮมสเตย์ มีเงินหมุนเวียนใน ต.ปากน้ำปราณ มากขึ้น ส่งผลดีต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตต่อไป

Ref. สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ ฉบับวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2558 / www.banmuang.co.th (ภาพประกอบ)

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง