นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเผยถึงแนวทางการคุ้มครองและแก้ปัญหาแนวปะการังเสื่อมโทรมภายหลังพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งมีผลบังคับใช้ว่า สถานการณ์แนวปะการังของประเทศไทยขณะนี้ มีเนื้อที่อยู่ 128,256 ไร่ แบ่งเป็นแนวปะการังบริเวณอ่าวไทย 62,480 ไร่ แนวปะการังฝั่งอันดามัน 65,776 ไร่ ซึ่งสถานภาพปะการังที่มีความสมบูรณ์คงเหลืออยู่เพียงร้อยละ 10-20 เท่านั้น ซึ่งหลังจากมีกฎหมายบังคับใช้ ทช.จะมีการทำงานร่วมกันกับภาคประชาชนและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดในการคุ้มครองแนวปะการัง เพื่อร่วมกัน แก้ปัญหาแนวปะการังเสื่อมโทรมและอนุรักษ์ฟื้นฟูแนวปะการัง ให้มีสภาพกลับมาสมบูรณ์
นายชลธิศกล่าวเพิ่มเติมว่า ตามธรรมชาติแล้วระบบนิเวศใน แนวปะการังมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการเจริญเติบโต และสลายไปของปะการังเป็นไปตามสมดุลธรรมชาติ เช่น การเกิดปะการังฟอกขาวเนื่องจากอุณหภูมิน้ำทะเลสูงผิดปกติ หรือปะการัง ถูกพายุพัดทำลาย แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนาชายฝั่งเพื่อใช้ประโยชน์ ในรูปต่างๆ เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งมีการใช้ประโยชน์ในแนวปะการังทั้งด้านการประมงและการท่องเที่ยว จนทำให้แนวปะการังเกิดความเสื่อมโทรมมากขึ้น ซึ่งแนวปะการังในแต่ละพื้นที่อาจมีความเสียหายแตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทและความรุนแรงของปัจจัยที่มากระทบ รวมทั้งขึ้นอยู่กับองค์ประกอบชนิดของปะการังในพื้นที่นั้นๆ ว่ามีความบอบบางหรือ
ทนทานต่อผลกระทบมากน้อยเพียงไร ดังนั้นการอนุรักษ์และการฟื้นฟูแนวปะการังจึงเป็นมาตรการสำคัญที่สุดที่จะทำให้ทรัพยากรแนวปะการังของประเทศสามารถดำรงสภาพความสมบูรณ์อยู่ได้ ซึ่งจะให้ดีที่สุดต้องควบคุมการใช้ประโยชน์ทุกชนิดที่อยู่ในแนวเขตปะการัง และการคุ้มครองต้องไม่มีการเข้าไปใช้ประโยชน์ในลักษณะเป็นการทำลายแนวเขตปะการัง เช่น การวางทุ่น ทิ้งสมอ ในแนวเขตปะการัง หรือถ้าเป็นการท่องเที่ยว ควรต้องเป็นการท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยเน้นการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมควบคู่กับการใช้มาตรการทางด้านกฎหมาย เช่น การแบ่งเขตการใช้ประโยชน์ในพื้นที่แนวปะการัง ทั่วประเทศอย่างชัดเจน การสนับสนุนให้ประชาชนมีบทบาทในการอนุรักษ์ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอย่างจริงจัง เช่น ไม่ทิ้งสมอลงในแนวปะการัง ใช้ทุ่นผูกเรือในแนวปะการัง ไม่ทิ้งเศษซากอวนลงในทะเล ไม่เดินเหยียบย่ำบนแนวปะการัง ไม่ปล่อยน้ำเสียลงในแนวปะการัง ทำการประมง อย่างถูกวิธีไม่ส่งผลกระทบต่อแนวปะการัง ไม่มีการลักลอบเก็บปะการัง
นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้มีการอบรมให้ความรู้อย่างต่อเนื่องในเรื่องการอนุรักษ์ปะการังแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ดำเนินการฝึกอบรมให้แก่ข้าราชการครูและนักเรียน มัคคุเทศก์ กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจเรือหางยาวนำเที่ยว กลุ่มชาวบ้าน ชาวประมง ตามหมู่บ้านในจังหวัดที่อยู่ติดชายฝั่งทะเลที่มีแนวปะการัง รวมทั้งส่งเสริมด้านการวิจัยขั้นพื้นฐานทางด้านชีววิทยาและนิเวศวิทยาทางทะเล เป็นปัจจัยที่สนับสนุนโครงการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรแนวปะการัง เป็นต้น
Ref : ข่าวสด (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 / http://www.dmcr.go.th/ (ภาพประกอบ)