กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

เกษมสันต์ จิณณวาโส ว่าที่ปลัด ทส.’งานทุกเรื่องสำคัญเท่ากันหมด’

  • 5 มิ.ย. 2558
  • 1,289
เกษมสันต์ จิณณวาโส ว่าที่ปลัด ทส.’งานทุกเรื่องสำคัญเท่ากันหมด’

          เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีหนังสือพิมพ์มติชนรายวันมติแต่งตั้ง นายเกษมสันต์ จิณณวาโส เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เป็นปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) คนใหม่ แทนนางมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ ที่ไปรับตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยนายเกษมสันต์ได้ให้สัมภาษณ์กับมติชน ภายหลังมีคำสั่งแต่งตั้ง

รับตำแหน่งปลัดกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) คนใหม่ คิดจะทำอะไรบ้าง?
- ตอนนี้ยังเป็นเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) อยู่ คงต้องรอโปรดเกล้าฯก่อน ถึงจะเริ่มทำงานในหน้าที่อย่างเป็นทางการได้ ถามว่าหลังจากนั้นจะทำอะไรบ้าง ก็ต้องทำทุกอย่างทุกเรื่องตามแนวทางนโยบายรัฐบาล หลักๆ แล้ว ก็เรื่องการจัดการขยะ โดยขณะนี้ ครม.เห็นชอบอนุมัติงบประมาณ 5,600 ล้านบาท สำหรับดำเนินการจัดการขยะตามโรดแมปใน 4 กลุ่มงาน แต่ในส่วนของรายละเอียดยังไม่เรียบร้อยอยู่หลายเรื่อง เรื่องการจัดการที่ดินเป็นอีกหน้าที่ที่ ทส.จะต้องรับผิดชอบโดยตรง โดยเวลานี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการในระยะที่ 2 การจัดหาที่ดินเพิ่มเติมเพื่อให้คนยากจนเข้าไปทำมาหาเลี้ยงชีพ การจัดการเรื่องนี้คงจะเป็นหนังยาวที่ต้องทำอะไรกันอีกมากมาย

เรื่องอะไรเป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่จะต้องทำในเวลานี้?

- ความจริงแล้ว งานทุกเรื่องสำคัญเท่ากันหมด กรมทุกกรมก็มีหน้าที่ที่ตัวเองจะต้องทำ ผมเคยเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมาแล้ว เคยดูงานของทุกกรม เป็นอธิบดีก็เป็นมาแล้วหลายกรม รู้ดีว่างานแต่ละกรมแม้มันจะแตกต่างกัน แต่เรื่องของความสำคัญ จะมาบอกว่าฉันสำคัญกว่าเธอ หรือเธอสำคัญกว่าฉันไม่ได้ ทุกอย่างต้องไปด้วยกันหมด ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงก็ใช่ว่าจะเข้าไปยุ่งทำโน่นทำนี่ได้ในทุกกรม เขาก็รันงานเขาอยู่ เราดูหลักๆ เรื่องนโยบายเท่านั้น ผมดูภาพรวม เอาประสบการณ์ จากการเคยเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมาใช้ ก็เห็นว่าหลายเรื่องมันยังไม่เข้าระบบ ยังขาดๆ หายๆ และค้างคาอยู่ก็ต้องทำให้มันดีขึ้นมา อย่างเช่นความร่วมมือระหว่างประเทศ เรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ การทำความเข้าใจเรื่องการจัดการมรดกโลกในบ้านเรา ไซเตส อนุสัญญาความหลากหลายทางชีวภาพ ฯลฯ เรื่องเหล่านี้เรายังมีบทบาทในเวทีโลกค่อนข้างน้อย ซึ่งต่อไปนี้เราจะต้องใส่ใจมากขึ้น

สนใจอะไรเป็นกรณีพิเศษบ้าง?
- ผมสนใจทุกเรื่องที่เป็นงานในหน้าที่ แต่ถ้าถามเรื่องสนใจส่วนตัว ตอนเป็นอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้เข้าไปมีส่วนร่วมทำงานและจัดการเรื่องสัตว์ทะเลหายาก อย่างการอนุรักษ์วาฬบรูด้า กลายเป็นความผูกพัน และได้ความรู้เรื่องนี้มาก ทั้งจากการเรียนรู้ด้วยตัวเอง และมีนักวิชาการมาคอยบอก ทะเลบ้านเรามีทั้งปัญหาและมีทั้งโอกาสที่จะทำอะไรต่ออะไรเยอะมาก แต่ก่อนอื่นเราต้องจัดการปัญหาให้หมดก่อน และตอนนี้เรามีกฎหมายทะเลใช้แล้ว และกำลังจะประกาศเขตอนุรักษ์ทะเล จะต้องจัดการจริงจังกับเรื่องการท่องเที่ยวทางทะเล ซึ่งคงต้องเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องจากหลายๆ ฝ่ายมานั่งคุยกันอย่างจริงจัง

ด้านงานการปราบปรามและการรักษาพื้นที่ป่ากับสัตว์ป่า ที่ดูเหมือนจะเชื่องช้าและมีสิ่งติดขัดหลายอย่าง จะทำอย่างไร?
- ผมตั้งใจว่าจะเข้าไปนั่งคุยกับทางอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช อธิบดีกรมป่าไม้ และทางหน่วยพยัคฆ์ไพร ซึ่งผมว่าพยัคฆ์ไพรเขาทำมาถูกทางแล้ว แต่อาจจะยังขลุกขลักในเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือในการทำงาน อาวุธปืน เสื้อเกราะ วิทยุ รถ รวมทั้งเรื่องสวัสดิการ เบี้ยเลี้ยง ขวัญกำลังใจในการทำงาน เรื่องเหล่านี้ก็พูดกันมานาน ยอมรับว่ามันยังไม่ 100% ในทีเดียว แต่มันก็ค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ และผมเชื่อว่าหลังจากนี้ไปเรื่องเหล่านี้มันจะดีขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน

เรื่องแต่งตั้งโยกย้าย สำหรับอำนาจของปลัดกระทรวง ในส่วนที่ยังไม่เรียบร้อยจะเอาอย่างไร หลังจากนี้จะมีการโยกย้ายเกิดขึ้นอีกหรือไม่?
- ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย พูดเรื่องย้ายแล้ว เรื่องย้ายไม่ใช่เรื่องใหญ่เอาไว้ก่อน เอางานเป็นหลัก ผมไปอยู่ที่ไหน หากลูกน้องหรือผู้ใต้บังคับบัญชาไม่มีปัญหาจริงๆ ผมไม่ค่อยย้ายเขาหรอก

กลับมาที่เรื่องการจัดการขยะอีกครั้ง ดูเหมือนว่าหลายจังหวัดที่มีปัญหาขยะ ยิ่งจัดการก็ยิ่งแย่ลง เช่นที่ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สมุทรปราการ จะจัดการอย่างไร?
- เรื่องนี้คงต้องเรียกท่านวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) มาคุย ว่าที่ผ่านมาทำอะไรไว้บ้าง อย่างไร คืบหน้าหรือมีปัญหาอะไร ส่วนไหน จะได้ช่วยกันแก้ไข เพราะเรื่องการจัดการขยะเวลานี้ที่ยังคาบเกี่ยวกันอยู่ เพราะการจัดการนั้นมีเรื่องของอำนาจหน้าที่ในท้องถิ่นเข้ามาดูแลอยู่ด้วย งานหลักของ คพ.คือการเข้าไปสนับสนุนให้ท้องถิ่นมีระบบการจัดการที่ดีให้ประสบความสำเร็จตามโรดแมปที่วางเอาไว้ แต่เท่าที่ดูส่วนใหญ่ก็จัดการได้ดี มีบางที่เท่านั้นที่ยังต้องทำอะไรอีกเยอะ เรื่องจ่ายเงินค่าปรับให้กับกลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นวีพีเอสเคจีที่เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่าน หมื่นกว่าล้าน จะทำอย่างไร ปลัดทส.ต้องเข้าไปทำอะไรหรือไม่ เป็นอีกเรื่องที่ผมต้องไปดูในรายละเอียด ยังไม่ได้อ่านคำพิพากษาแบบละเอียดเลย แต่ที่ทราบคร่าวๆ ว่าจนขณะนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย รวมกันก็หมื่นกว่าล้านบาทแล้ว ก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่า ถ้าออกมาเป็นงบประมาณจะเอางบประมาณอะไรมาใช้ ก็ต้องคุยกับท่านอธิบดีกรมควบคุมมลพิษอีกนั่นแหละครับ

Ref : มติชน ฉบับวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 / http://thaipublica.org (ภาพประกอบ)

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง