การประเมินความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อป่าชายเลน
Evaluation of serious damage to mangrove
ไตรทิพย์ พรหมทอง
สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อาคารรัฐประศาสนภักดี ชั้นที่ ๗ ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ ทุ่งสองห้อง หลักสี่ กรุงเทพฯ ๑๐๒๑๐
การประเมินความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อป่าชายเลน โดยใช้วิธีตรวจเอกสาร แล้วประชุมหารือมีมติร่วมกันในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๘ โดยมีผลการศึกษาเพื่อรองรับพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. ๒๕๕๘ ดังนี้ ๑. การกำหนดระดับความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อป่าชายเลนตามมาตรา ๑๗ กำหนดให้ “การกระทำใด ๆ ทั้งภายนอกหรือภายในพื้นที่ป่าอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่พื้นที่ป่าที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ด้วยกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง” ๒.การกำหนดระดับความเสียหายอย่างร้ายแรงเข้าขั้นวิกฤตตามมาตรา ๒๒ กำหนดให้ “การกระทำใดๆ ทั้งภายนอกหรือภายในพื้นที่ป่าอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างสิ้นเชิงแก่พื้นที่ป่าในวงกว้าง จนยากแก่การฟื้นฟูไม่น้อยกว่า ๒๕ ไร่” การศึกษาใช้วิธีตรวจเอกสาร แล้วประชุมหารือมีมติร่วมกันดังกล่าวอาศัยความรู้จาก ๑) หนังสือป่าชายเลน นิเวศวิทยา และการจัดการ ของศ.สนิท อักษรแก้ว พ.ศ. ๒๕๓๔ ๒) มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๓๕ วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๔๓ และวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๔๓ ที่เกี่ยวข้องกับป่าชายเลน ที่ห้ามมิให้อนุญาตการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลนในทุกกรณี ทั้งภาครัฐและเอกชน ๓) หลักเกณฑ์ในการคำนวณความเสียหายที่เกิดจากการทำลายพื้นที่ป่าชายเลนของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ๔) ระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งว่าด้วยการปลูกป่าชายเลนทดแทน ว่าด้วยการอนุรักษ์หรือรักษาสภาพแวดล้อม กรณีการดำเนินการโครงการใด ๆ ของหน่วยงานของรัฐที่มีความจำเป็นต้องเข้าใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลน พ.ศ. ๒๕๕๖ ๕) พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๓๑ ที่การกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าชายเลนแห่งชาติ เป็นเนื้อที่เกิน ๒๕ ไร่ ผู้กระทำผิดต้องได้รับโทษทั้งทางแพ่งและทางอาญาสูงกว่าเดิม ดังนั้นการกระทำใด ๆ อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่พื้นที่ป่าชายเลนไม่ว่าเนื้อที่เท่าไร ก็ถือว่าเป็นความเสียหายอย่างร้ายแรง หากเสียหายเกิน ๒๕ ไร่ ก็ถือว่าเป็นความเสียหายอย่างร้ายแรงเข้าขั้นวิกฤต