แนวทางการจัดตั้งพื้นที่คุ้มครองระหว่างพรมแดนไทย-กัมพูชา
DPSIR framework for Marine Protected Areas in maritime transboundary (Thai-Cambodia)
สุธิดา กาญจน์อติเรกลาภ ชลาทิพ จันทร์ชมภู และ ศุภวัตร กาญจน์อติเรกลาภ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ๓๐๙ ม. ๑ ต. ปากน้ำประแส อ. แกลง จ. ระยอง ๒๑๑๗๐
บทคัดย่อ
ประเทศไทยมีพรมแดนติดต่อกัมพูชาทางทะเล ซึ่งถือเป็นแหล่งทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่มีความสำคัญในหลายด้าน การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของทั้งสองประเทศที่มีวิถีทางที่แตกต่างกัน อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรที่มีความเชื่อมโยงกัน ดังนั้นเพื่อการใช้ประโยชน์ทรัพยากรดังกล่าวอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม จึงควรจัดตั้งพื้นที่คุ้มครองทางทะเลเพื่อปกป้องทรัพยากรที่มีความสำคัญ ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก โดยจำเป็นต้องมีวิธีการหรือเครื่องมือในการวิเคราะห์ โดยได้ทดลองใช้กรอบแนวคิด DPSIR : Driving forces (สิ่งที่ขับเคลื่อนให้เกิดปัญหา) – Pressures (สิ่งที่เป็นปัญหา, กิจกรรม) – State (สถานภาพ) – Impact (ผลกระทบที่เกิดขึ้น) – Response (แนวทางในการจัดการ) เป็นการบูรณาการข้อมูลด้านสังคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและกิจกรรมของมนุษย์ ได้ถูกนำใช้เพื่อทำความเข้าใจสถานภาพปัญหา ภัยคุกคาม และผลกระทบที่อาจขึ้นต่อทรัพยากร ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจเพื่อพัฒนาพื้นที่และการจัดสรรการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม ของชุมชนท้องถิ่นไปจนถึงระดับภูมิภาค จากการทดลองศึกษาวิเคราะห์โดยใช้กรอบแนวคิดดังกล่าวสำหรับบริเวณพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างไทยและกัมพูชา สามารถแยกประเด็นสำคัญได้ดังนี้ คือ การท่องเที่ยว ป่าชายเลน ทรัพยากรสัตว์ทะเลหายาก (โลมา) และการประมง ข้อมูลดังกล่าวเป็นแนวทางที่สามารถนำมาใช้ประยุกต์เพื่อการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งระหว่างประเทศที่มีพรมแดนติดกันในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป