เป็นภัยใกล้ตัวที่ไม่มีใครคาดคิดว่า สัตว์ทะเลตัวเหมือนฟองน้ำที่เราพบเห็นกันบ่อยครั้งเวลาลงเล่นน้ำทะเล ชื่อ “แมงกะพรุนกล่อง” จะมีพิษร้ายแรงที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วมากมาย
ทั้งนี้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาพบว่าในทะเลอ่าวไทยมีนักท่องเที่ยวกว่า 10 ราย เสียชีวิตจากพิษร้ายของเจ้าแมงกะพรุนกล่องมาอย่างต่อเนื่อง และด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการกำหนดมาตรการป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุเศร้าซ้ำรอย
“ได้สั่งการประมงอำเภอเกาะสมุยและเกาะพะงันประชุมร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว เจ้าของโรงแรม บังกะโลทุกแห่งและธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น เจ็ตสกี ที่มีความชำนาญเรื่องทะเลขอความร่วมมือให้เขียนป้ายเตือนการลงเล่นน้ำในทะเล ให้ระมัดระวังเรื่องแมงกะพรุนกล่องให้มากขึ้นและเห็นได้เด่นชัด เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวที่มักจะลงเล่นน้ำตามลำพัง รวมทั้งวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากถูกพิษแมงกะพรุนกล่อง แต่ที่สำคัญที่สุดคือเน้นการป้องกันจะได้ผลดีที่สุด”
เสียงสั่งการขอความร่วมมือจาก “พรศักดิ์ ศักดิ์ธานี” ประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ออกประกาศบอกเจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว หลังจากล่าสุดเกิดเหตุนักท่องเที่ยวสาวชาวเยอรมันถูกพิษแมงกะพรุนกล่องเสียชีวิตเป็นรายที่ 2 ของ จ.สุราษฎร์ธานีในเวลาห่างกันเพียง 2 เดือนเศษๆ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดบนหาดละไมบนเกาะสมุย
ประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่แมงกะพรุนกล่องออกมาในบริเวณชายหาดเกาะสมุยและเกาะพะงันค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นช่วงมีมรสุมและมองเห็นได้ค่อนข้างยาก เพราะตัวใสกลมกลืนกับน้ำทะเล โดยแมงกะพรุนกล่องมักจะหากินในช่วงกลางคืน เมื่อมีคลื่นลมแรงฝนตก แมงกะพรุนจะมาตามกระแสคลื่นลม
“ใครสัมผัสควรใช้น้ำส้มสายชูราดทันทีแต่อย่าใช้มือดึงออก เพราะพิษแมงกะพรุนแรงมาก หากอาการหนักให้ปั๊มหัวใจและส่งโรงพยาบาลทันที ทั้งนี้ต้องสังเกตให้ชัดเจนว่าบริเวณไหนมีแมงกะพรุน หากไม่แน่ใจควรสอบถามเจ้าหน้าที่หรือผู้ประกอบกิจการเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เพราะพวกเขาสามารถบอกได้ว่าบริเวณไหนมีแมงกะพรุนจำนวนมาก สามารถที่จะแจ้งแก่นักท่องเที่ยวได้”
ขณะที่ “นพ.ฐานุวัตน์ ทิพย์พินิจ” แพทย์ประจำโรงพยาบาลเกาะพะงัน กล่าวเตือนว่า นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงการเล่นน้ำทะเลในเวลากลางคืน เพราะแมงกะพรุนชนิดนี้จะมาพร้อมกับสายฝน หากเกิดถูกพิษแล้วให้แก้ไขเบื้องต้นด้วยการราดน้ำส้มสายชูลงบนบาดแผล และห้ามเกาหรือขูดจะทำให้พิษเข้าสู่ระบบเลือดเร็วขึ้น
ส่วนนักวิชาการประมงชำนาญการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง ให้ข้อมูลว่า แมงกะพรุนกล่อง เป็นสัตว์น้ำที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก แต่สร้างพิษอันทรงพลังอย่างน่าสะพรึง โดยตัวมันจะมีสีฟ้าอ่อนโปร่งใส และได้ชื่อนี้มาจากรูปร่างที่เหมือนลูกบาศก์ บางชนิดมีหนวดมากถึง 15 เส้นจากมุมช่วงตัวและสามารถยืดยาวได้ถึง 10 ฟุต หรือ 3 เมตร หนวดแต่ละเส้นมีเซลล์พิษอยู่ประมาณ 5,000 เซลล์ ซึ่งไม่ได้ถูกกระตุ้นโดยการสัมผัส แต่จะถูกกระตุ้นโดยการพบสารเคมีจากชั้นผิวภายนอกของเหยื่อโดยจะสร้างพิษเพื่อให้เหยื่อ เช่น ปลา หรือกุ้ง หมดสติหรือเสียชีวิตทันที
แมงกะพรุนกล่อง ถูกเรียกว่า ตัวต่อทะเล หรือนักพ่นพิษแห่งท้องทะเล อาศัยอยู่ในน้ำตามแนวชายฝั่งออสเตรเลียตอนเหนือและทั่วอินโดแปซิฟิก ปัจจุบันแพร่กระจายมาทางฝั่งเอเชียจนถึงประเทศไทย โดยพบได้ในพื้นที่ทั้งที่เกาะลันตา, อ่าวโละซามะ อ่าวพีพี อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ และอ่าวน้ำบ่อ จ.ภูเก็ต, หาดชะอำ จ.เพชรบุรี รวมถึงพื้นที่เกาะเต่า เกาะสมุย และเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี โดยเข้าสู่พื้นที่ชายฝั่งด้วยกระแสน้ำ
นักวิชาการคนดังกล่าวบอกว่า พิษของแมงกะพรุนกล่อง ถือว่าเป็นหนึ่งในพิษที่เป็นอันตรายที่สุดในโลก ชาวเลเรียกว่า “บอบอกาว หรือบอบอกล่อง” ได้มาจากรูปร่างคล้ายกล่องสี่เหลี่ยมสมชื่อ ซึ่งมีพิษในการโจมตีหัวใจ ระบบประสาท และเซลล์ผิวหนัง จะสร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส และอาจเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว โดยพิษของแมงกะพรุนกล่องทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง กล้ามเนื้อหน้าท้องและหลังเกร็ง เวียนหัว คลื่นไส้ ปวดหัว กระสับกระส่าย แน่นหน้าอก
ส่วนใหญ่ผู้ได้รับพิษมักมีอาการปวดบริเวณแผล หรืออาจปวดไปทั่วร่างกาย ในบางรายอาจตายหรือจมน้ำก่อนใครจะช่วยทัน ขณะที่ผู้รอดชีวิตจะมีอาการเจ็บปวดอยู่หลายสัปดาห์และมักจะมีความหวาดผวาอย่างมากในบริเวณที่สัมผัสกับหนวดแมงกะพรุนชนิดนี้ แต่ถ้าโดนพิษยังมีโอกาสจะรอด โดยรีบนำน้ำส้มสายชูมาล้างอย่างน้อย 30 วินาที เพราะจะทำลายพิษก่อนจะเข้าไปสู่กระแสเลือด
อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้บริเวณพื้นที่ทะเลชายหาดเกาะพะงัน และชายหาดละไม เกาะสมุย และเกาะเต่าบางจุด พบแมงกะพรุนลอยเข้ามาใกล้กับจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมลงเล่นน้ำเป็นจำนวนมาก และล่าสุดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งเกาะสมุยและเกาะพะงันร่วมกับโรงแรมที่พักอยู่บริเวณหน้าชายหาด ได้ปิดป้ายประกาศเตือนนักท่องเที่ยวที่ลงเล่นน้ำให้ระมัดระวังแมงกะพรุน โดยเฉพาะบริเวณหาดที่นักท่องเที่ยวถูกแมงกะพรุนกล่องกัด พร้อมกับจัดเตรียมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นไว้ริมชายหาด
ทั้งนี้มีรายงานว่า พื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานีและจังหวัดแถบอ่าวไทยตั้งแต่ปี 2541 มีนักท่องเที่ยวถูกพิษแมงกะพรุนกล่องเสียชีวิตประมาณ 10 ราย และล่าสุดเมื่อปลายปี 2557 นักท่องเที่ยวเป็นเด็กชายถูกพิษแมงกะพรุนกล่องเสียชีวิตที่เกาะพะงัน จากนั้นเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวสาวชาวไทยถูกพิษแมงกะพรุนกล่องเสียชีวิตที่เกาะพะงันหลังจากไปงานฟูลมูนปาร์ตี้คือ น.ส.ชญานันท์ สุรินทร์ อายุ 31 ปี ซึ่งโดนพิษแมงกะพรุนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาจากกทม. เข้ามาท่องเที่ยวกับเพื่อนที่เกาะพะงัน และช่วงเวลา 20.15 น.ของวันที่ 31 กรกฎาคม 2558 ผู้เสียชีวิตได้ลงเล่นน้ำบริเวณหน้าซันไรท์บังกะโล หมู่ 6 ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน ถูกแมงกะพรุนไฟกล่อง เพื่อนๆ จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลเกาะพะงันและเสียชีวิตในเวลาต่อมาเนื่องจากพิษได้เข้าสู่ระบบหัวใจทำให้หัวใจล้มเหลว
ด้วยเหตุนี้คงถึงเวลาแล้วที่หน่วยงานเกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องมีมาตรการรับมือ และแก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยทุกหน่วยงานต้องยกระดับการจัดการร่วมกันให้เกิดความชัดเจน
อย่าปล่อยให้เหตุสะพรึงดังกล่าวเกิดขึ้นอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกลายเป็นสิ่งที่ทำลายการท่องเที่ยวของประเทศไทย และสิ่งสำคัญที่สุดคือ เมื่อเรามีมาตรการป้องกันที่ดีพอก็ไม่ควรจะมีใครต้องมาเสียชีวิตกับเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้อีกต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์คมชัดลึก http://www.komchadluek.net/
ขอบคุณข้อมูลรูปภาพจากเว็บไซต์ www.prachachat.net