วันที่ 10 ตุลาคม 2568 นายวิษณุ แจ้งใจ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 (สทช.10) พร้อมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์สัตว์ทะเลหายาก พะยูน บริเวณเกาะจำ-เกาะปู ตำบลเกาะศรีบอยา อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เข้าพบผู้นำชุมชน สอบถาม ข้อมูลเพิ่มเติมจากชุมชนในพื้นที่ กรณีพบซากพะยูนเกยตื้นลอยกลางทะเลและลักษณะหัวของพะยูนถูกตัดขาด บริเวณหน้าหาดบ้านหลังเกาะ หมู่ 7 ตำบลเกาะศรีบอยา อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ (พิกัด 7.880772 N 98.980210 E) เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2568 การกระทำดังกล่าว เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มีความผิดตามมาตรา 12 ห้ามมิให้ผู้ใดล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง บทกำหนดโทษตามมาตรา 89 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 12 หรือมาตรา 29 ถ้ากระทำต่อสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อหาเบาะแสและนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้การติดตามสถานการณ์และป้องกันกิจกรรมที่อาจเป็นอันตรายต่อพะยูน ได้ดำเนินการจัดทำมาตรการสำหรับการคุ้มครองและป้องกันพะยูน ระยะเร่งด่วน ดังนี้

มาตรการด้านการบังคับใช้กฎหมาย ผู้ค้าผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าสงวน กำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ไม่เกิน 15 ปี หรือปรับ 300,000-1,500,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

มาตรการด้านการเฝ้าระวัง จัดเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์เฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง และลาดตะเวน เฝ้าระวัง คุ้มครองพะยูน โดยเรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อติดตามสถานการณ์และป้องกันกิจกรรมที่อาจเป็นอันตรายต่อพะยูนได้

มาตรการด้านการประชาสัมพันธ์ ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ สร้างความตระหนักรู้ให้เห็นถึงความสำคัญของพะยูนและแหล่งหญ้าทะเล ให้กับชุมชนและโรงเรียน

มาตรการด้านการมีส่วนร่วมของชุมชน ส่งเสริมให้ชุมชนชายฝั่งเป็นอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล (อสทล.) คอยสอดส่อง แจ้งเหตุผิดปกติ และช่วยเจ้าหน้าที่ในการหาแหล่งข้อมูล ตลาดการค้าสัตว์สงวน เบาะแสการล่าหรือค้าสัตว์สงวน
โดยบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินมาตรการปกป้องพะยูนอย่างมีประสิทธิภาพ กรณีหากพบเห็นพะยูนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต สามารถแจ้งข่าวสารให้กับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรือโทรแจ้งสายด่วน หมายเลข 1362 เพื่อจะได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ พร้อมนี้ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดูแล ประชาสัมพันธ์ และเฝ้าระวังทุกวันต่อไป