จังหวัดเพชรบุรีมีพื้นที่ติดชายทะเลรวมระยะทาง 89.71 กิโลเมตร ซึ่งจากการประเมินสถานการณ์ล่าสุดในปี พ.ศ. 2567 พบประเด็นปัญหาเร่งด่วนที่แบ่งออกเป็น 3 วิกฤตหลัก และ 6 สัญญาณเตือนภัย ดังนี้:
3 วิกฤตหลักที่กำลังเผชิญ:
- การกัดเซาะชายฝั่ง (ปัญหาต่อเนื่อง): การสูญเสียพื้นที่ชายฝั่งจากความรุนแรงของคลื่นลมที่ยังคงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- การระบาดของปลาหมอสีคางดำ: ปัญหาสายพันธุ์ต่างถิ่นที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ทำลายห่วงโซ่อาหารและสัตว์น้ำท้องถิ่น
- ลำคลองตื้นเขินและมีขยะ: การสะสมของตะกอนดินและขยะจนปิดกั้นเส้นทางน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการสัญจรและการสัญจรทางน้ำ
6 สัญญาณเตือนภัยสิ่งแวดล้อมชายฝั่ง:
- คุณภาพน้ำทะเลเสื่อมโทรม: มีการลักลอบปล่อยน้ำเสียรวมถึงน้ำคลอรีนจากการล้างบ่อเลี้ยงกุ้ง ลงสู่ลำคลองชายฝั่งโดยตรง
- ปากคลองตื้นเขิน: เกิดขยะและทรายสะสมจนปิดกั้นปากคลอง ส่งผลกระทบและกีดขวางการเดินเรือเข้า-ออกของกลุ่มชาวประมงในพื้นที่
- ป่าชายเลนเสื่อมโทรมรุนแรง: ขยะทะเลสะสมหนาแน่นควบคู่กับทรายที่ทับถมจากการทรุดตัวของเขื่อนหิน ส่งผลให้ต้นไม้ในป่าชายเลนตายเป็นวงกว้าง
- ปริมาณขยะทะเลพุ่งสูง: พบขยะเพิ่มขึ้นสะสมทุกปี โดยเฉพาะตามแนวชุมชนชายฝั่ง ซึ่งขยะพลาสติกมักจะลอยเข้าไปติดอยู่ตามรากโกงกางเป็นจำนวนมาก
- สัตว์ทะเลหายากเกยตื้น: พบสัญญาณความสูญเสียทางระบบนิเวศจากการเกยตื้นของซากสัตว์ทะเลหายากบริเวณชายฝั่งชะอำ ได้แก่ วาฬบรูด้า วาฬเพชฌฆาต และโลมาหัวบาตร
- โครงสร้างป้องกันชายฝั่งพังทลาย: บริเวณชายหาดชะอำใต้และจุดชมวิวถูกคลื่นกัดเซาะรุนแรง ส่งผลให้โครงสร้างป้องกันชายฝั่งเกิดการชำรุดและทรุดตัวลึกเข้ามาประมาณ 50 - 100 เมตร
แหล่งที่มา : รายงานสถานการณ์ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศ พ.ศ. 2567