รายงานสถานการณ์พื้นที่ "ป่าชายหาด" ของประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2567 ชี้ให้เห็นว่าผืนป่าชายหาดกำลังลดลงอย่างมากจากการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่ง โดยมีข้อมูลสถิติที่สำคัญดังนี้:
- พื้นที่รวมทั่วประเทศ: มีป่าชายหาดกระจายตัวอยู่ใน 18 จังหวัด ติดชายฝั่งทะเล คิดเป็นพื้นที่รวมทั้งหมด 47,149 ไร่ (หรือประมาณ 75.4 ตารางกิโลเมตร)
- ลักษณะเด่น: ป่าชายหาดอาจเป็นเพียงแนวแคบ ๆ หรือกระจัดกระจายเป็นหย่อม ๆ ตามสภาพภูมิประเทศและปัจจัยแวดล้อม
- พื้นที่ป่าชายหาดมากที่สุด (MAX): จังหวัดพังงา มีพื้นที่รวม 23,483.52 ไร่ (หรือประมาณ 37.5 ตารางกิโลเมตร)
- พื้นที่ป่าชายหาดน้อยที่สุด (MIN): จังหวัดจันทบุรี มีพื้นที่เหลืออยู่เพียง 53.51 ไร่
การกระจายตัวของพื้นที่ป่าชายหาดใน 18 จังหวัด:
- ฝั่งอันดามัน (6 จังหวัด): พังงา 23,483.52 ไร่ (MAX), กระบี่ 4,406.97 ไร่, ตรัง 3,692.43 ไร่, ระนอง 1,802.30 ไร่, ภูเก็ต 1,680.37 ไร่ และสตูล 191.07 ไร่
- ฝั่งอ่าวไทย - ภาคใต้ (8 จังหวัด): สุราษฎร์ธานี 2,704.84 ไร่, สงขลา 2,615.78 ไร่, ปัตตานี 1,395.35 ไร่, ประจวบคีรีขันธ์ 1,357.84 ไร่, เพชรบุรี 700 ไร่,
นครศรีธรรมราช 682.20 ไร่, ชุมพร 682.18 ไร่ และนราธิวาส 535.01 ไร่
- ฝั่งอ่าวไทย - ภาคตะวันออก (4 จังหวัด): ตราด 642.23 ไร่, ระยอง 413.08 ไร่, ชลบุรี 164.62 ไร่ และจันทบุรี 53.51 ไร่ (MIN)
ลักษณะพันธุ์ไม้ในป่าชายหาด: เป็นพืชทนเค็มและทนแล้ง มีลักษณะเป็นพุ่ม ลำต้นคดงอและแตกกิ่งก้านมาก กิ่งสั้น ใบหนาแข็ง โดยพืชพรรณเด่นที่พบ ได้แก่:
- ต้นสนทะเล (Casuarina equisetifolia): มักขึ้นอยู่เป็นกลุ่มก้อนหากชายฝั่งเป็นดินทราย
- พืชชั้นล่าง: เป็นจำพวกตีนนก และพันธุ์ไม้เลื้อยชนิดอื่น ๆ
แหล่งที่มา : รายงานสถานการณ์ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศ พ.ศ. 2567