กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR INFOGRAPHIC

เจาะลึกวิกฤตกัดเซาะชายฝั่งไทยปี 66-67 "ปัตตานี" ทรุดหนักสุด ชี้โครงสร้างมนุษย์ทำแนวโน้มพุ่ง

  • 23 ก.ค. 2569
  • 3
เจาะลึกวิกฤตกัดเซาะชายฝั่งไทยปี 66-67 "ปัตตานี" ทรุดหนักสุด ชี้โครงสร้างมนุษย์ทำแนวโน้มพุ่ง

รายงานเจาะลึกสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2566 - 2567 เผยให้เห็นปัจจัยการเปลี่ยนแปลงของแนวชายฝั่งทั้งในด้านบวกและด้านลบ
รวมถึงสาเหตุสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งทะเล ดังนี้:
 
สถิติแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของชายฝั่ง:
  • แนวโน้มการกัดเซาะลดลง (Lower Trend): มีระยะทางรวม 37.81 กิโลเมตร โดยพบในจังหวัด ตราด, นราธิวาส และระนอง ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวและการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ
  • แนวโน้มการกัดเซาะเพิ่มขึ้น (Upper Trend): มีระยะทางรวม 25.70 กิโลเมตร โดยพบในจังหวัด สมุทรปราการ, สมุทรสงคราม และสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการก่อสร้างของมนุษย์
4 สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่ง:
  1. การเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ: 47%
  2. การก่อสร้างโครงสร้างที่ตั้งฉากกับแนวชายฝั่ง: 32%
  3. การก่อสร้างรุกล้ำลงไปในพื้นที่ชายฝั่ง: 17%
  4. การทำลายแนวป้องกันตามธรรมชาติ: 4%
จัดอันดับความรุนแรงของพื้นที่ถูกกัดเซาะรายจังหวัด:
  • พื้นที่วิกฤตสูงสุด (กัดเซาะรุนแรง > 10 กิโลเมตร):
    • จังหวัดปัตตานี: เสียหายรุนแรงที่สุดในประเทศ มีระยะทางถูกกัดเซาะสูงถึง 13.69 กิโลเมตร
  • พื้นที่ที่มีการกัดเซาะปานกลาง (ระยะทาง 5 - 9 กิโลเมตร):
    • สงขลา (8.51 กม.)
    • ระนอง (7.29 กม.)
    • ประจวบคีรีขันธ์ (6.49 กม.)
    • ตรัง (6.40 กม.)
    • เพชรบุรี (5.29 กม.)
    • นครศรีธรรมราช (5.15 กม.)
  • พื้นที่ส่วนใหญ่ที่มีการกัดเซาะน้อยกว่า 5 กิโลเมตร (รวม 12 จังหวัด): เช่น ตราด (4.54 กม.), นราธิวาส (4.39 กม.) และจันทบุรี (0.27 กม.)
  • พื้นที่สถานะคงที่ (Stable): พบว่ามี 4 จังหวัด ที่สถานะชายฝั่งมั่นคงและไม่พบการกัดเซาะเพิ่มเติมในปีนี้
แหล่งที่มา : รายงานสถานการณ์ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศ พ.ศ. 2567