กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

วันสิ้นโลก

  • 5 ธ.ค. 2552
  • 1,270

          หากใครยังไม่ได้ไปดูหนัง 2012 วันสิ้นโลก ซึ่งเป็นเรื่องอ้างอิงจากปฏิทินความเชื่อของชาวมายา ก็ควรรีบไปสัมผัส เพราะอย่างน้อยมันก็จะช่วยจินตนาการให้เห็นภาพให้ชัดเจนขึ้นมากว่าเมื่อน้ำท่วมโลกแล้วจะเป็นอย่างไรบ้าง ส่วนใครจะดูเพื่อความบันเทิงแบบไม่คิดอะไรมาก ก็ว่ากันไปตามความเชื่อของแต่ละคน ส่วนผมนั้นชอบที่การนำเทคนิคต่างๆ มาใช้ งานนี้เรียกว่าจ่ายเงินแล้วคุ้มเพราะได้ดูเทคนิคของบริษัทสร้างหนังยักษ์ใหญ่ ของฮอลลีวูด เพราะเทคนิคของเขาทำให้ผมเห็นภาพว่าเทือกเขาหิมาลัยที่ว่าใหญ่ และยอดเขาเอเวอเรสต์ที่ว่ากันว่าสูงที่สุดในโลก ก็ยังไม่รอดจากน้ำ

          ที่สำคัญ ยังทำให้เห็นภาพของความตื่นเต้นของการหนีเอาชีวิตรอด เห็นการหักหลังของภาครัฐที่ทอดทิ้งแม้กระทั่งคนที่บอกว่าโลกจะแตกเป็นคนแรก นอกจากความบันเทิงแล้ว ผมเข้าใจสัจธรรมของชีวิตว่า อย่าไว้ใจนักการเมือง ไม่ว่าประเทศไหนก็ตามครับ

          หนังเรื่องนี้มีแง่คิดและให้สติแก่คนดูทั้งโลก ทำให้ผมเห็นการเตรียมพร้อมที่จะมีชีวิตรอด แม้น้ำจะท่วมโลก ด้วยการสร้างเรือขนาดยักษ์หลายลำ และเริ่มขายตั๋วเรือเพื่อซื้อชีวิตตัวเอง ไม่ต้องบอกนะครับราคาแพงหูฉี่ทีเดียว และแน่นอนคนที่ถือตั๋วก็ต้องเฉพาะคนมีตังค์เท่านั้นที่มีสิทธิจะเอาชีวิตรอด

          การสร้างเรือในหนังทำให้เห็นถึงความพร้อมเท่านั้น ที่จะทำให้มนุษยชาติอยู่ได้ในโลกใบนี้ นี่คือข้อคิดที่ดีจากหนังเรื่องนี้ ส่วนเรื่องขายตั๋วนั้นก็เป็นสีสันของการผูกปมในเนื้อเรื่องเท่านั้น

          จากแผ่นฟิล์มกลับเข้าบ้านเรากันครับ ผมเคยได้ยินนักวิชาการหลายๆ ท่านออกมาพูดว่า อีก 20 ปีน้ำทะเลจะท่วมกรุงเทพฯ อีก 25 ปีน้ำจะท่วมภาคกลางและภาคใต้ และอีกสารพัดนักวิชาการที่ออกมาพูดเรื่องนี้กัน อาจจะแตกต่างที่ระยะเวลาที่คลาดเคลื่อนกันอยู่บ้างในหลัก 10 ปี ตามแต่ข้อมูลของแต่ละคนที่ถืออยู่ในมือ

          แต่ที่ทุกคนพูดตรงกันก็คือ น้ำทะเลจะถาโถมใส่กรุงเทพฯ แน่ๆ ในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้านี้ โดยมีสาเหตุมาจากโลกที่ร้อนขึ้นนั่นเอง

          ตามหลักฐานทางวิชาการบอกไว้ว่า เงื่อนไขที่จะทำให้กรุงเทพฯ จมอยู่ใต้บาดาลก็คือ อุณหภูมิโลกต้องสูงขึ้น 2 องศาเซลเซียส ซึ่งหากเป็นเช่นนี้นักวิชาการเขาเชื่อว่าท่วมแน่นอน โดยยกตัวอย่างการกัดเซาะชายฝั่งแถบทะเลอ่าวไทยและอันดามัน เป็นการการันตีเพราะในพื้นที่ย่านนั้นมีการอพยพชาวบ้านหนีน้ำทะเลกันเป็น 10 ครั้ง ในระยะเวลาไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา

          โดยเฉพาะที่บ้านขุนสมุทรจีน ต.แหลมฟ้าผ่า จ.สมุทรปราการ ที่บางคนอาจเคยเห็นภาพของโบสถ์ที่อยู่กลางทะเลเวลาน้ำขึ้น ใครที่ไม่เคยเห็นว่าการรุกคืบของทะเลเข้ามาในแผ่นดินเพราะภาวะโลกร้อนเป็นอย่างไร ไปดูได้ที่วัดขุนสมุทรจีน การเดินทางอาจจะต้องผจญภัยเล็กน้อยถึงปานกลาง เพราะต้องนั่งเรือหางยาวลำไม่ใหญ่มากไปในคลองเพื่อไปที่วัด โดยตามริมคลองจะเห็นป่าชายเลน ป่าโกงกาง ที่ถูกบุกรุกโดยมนุษย์เป็นระยะๆ

          นักวิชาการทั่วโลกที่ศึกษาเรื่องภาวะโลกร้อน จะรู้จักขุนสมุทรจีนเป็นอย่างดี การพูดคุยและบอกกล่าวโดยนักวิชาการที่บอกว่า น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ อีก 20 ปีข้างหน้านั้น ยังคงเป็นสิ่งที่ชาวบ้านบางคนเชื่อ บางคนไม่เชื่อ พวกที่เชื่อก็เริ่มไปซื้อที่ดินทางภาคเหนือบ้างตามเขาใหญ่ วังน้ำเขียว กันบ้าง ตามแต่ความถนัดและกำลังเงินของแต่ละคน

          ผมฟังเรื่องพวกนี้มานานครับ แต่ยังไม่มีใครออกมายืนยันได้อย่างชัดเจนแบบทะลุกลางปล้อง แม้แต่ภาครัฐก็ยังไม่มีการออกมาประกาศว่า สรตะแล้วน้ำจะท่วมกรุงจริงหรือไม่ ผมจึงขอเสนอว่า น่าจะมีหน่วยงานใดดีดตัวขึ้นมาเป็นเจ้าภาพรับผิดชอบ และควรจะต้องศึกษาค้นคว้าอย่างจริงๆ จังๆ ว่า อีก 20 ปีข้างหน้าน้ำจะท่วมกรุงเทพฯ จริงหรือไม่

          ถ้าไม่จริง ก็บอกชาวบ้านว่าไม่จริง ประชาชีสามารถอยู่ต่อไปได้ตามที่ลงหลักปักฐานไว้ แต่ถ้ามันจริงหรือมีมูลความจริงที่ค่อนข้างสูง ก็ควรบอกให้ชาวบ้านอย่างพวกผมสบายใจหน่อย ดีไม่ดีพวกประชาชีอย่างพวกผมจะได้เตรียมเอาตัวรอด ขณะเดียวกันภาครัฐก็ควรที่จะออกตัวถึงมาตรการรองรับ หรือมาตรการป้องกันสิ่งที่จะเกิดขึ้นว่าจะดำเนินการอย่างไรกับประชาชน

          จะทำอย่างไรก็ทำเถอะครับ การเตรียมความพร้อมทำให้ทุกคนอยู่รอด ทุกวันนี้คนไทยว้าเหว่เต็มที โดยเฉพาะคนไม่มีตังค์แบบพวกผม

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง