สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนดึง คกก.สิทธิมนุษยชน สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มูลนิธิบูรณะนิเวศ และกรรมาธิการวุฒิสภา เป็นพยานสู้คดีมาบตาพุดเพิ่ม คาดรู้ผลคดี ม.ค. 2553 พร้อมตั้งคณะทำงานคู่ขนานตรวจสอบคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ชุดที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน นั่งเป็นประธาน หวั่นแพ้โหวต เหตุตัวแทนประชาชนเป็นเสียงข้างน้อย
นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2552 ทางสมาคม ได้ยื่นเอกสารต่อศาลปกครองสูงสุดขอเพิ่มพยานใน
คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร ซึ่งมีการอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวที่ศาลปกครองกลางสั่งระงับการก่อสร้าง 76 โครงการในอำเภอมาบตาพุดไว้ชั่วคราว
โดยทางสมาคม ในฐานะผู้ฟ้องได้ขอเพิ่มพยานอีก 5-6 ปากจาก 4 หน่วยงาน ได้แก่ กรรมการจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มูลนิธิบูรณะนิเวศ และคณะกรรมการวุฒิสภา อาทิ คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ และคณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นกลุ่มที่ได้ลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลและสำรวจปัญหาในมาบตาพุดมาแล้ว จึงน่าจะมีพยานหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ฟ้องคดี
ทั้งนี้ ตามกระบวนการยุติธรรม หลังจากผู้ฟ้องคดีได้ยื่นเอกสารขอเรียกพยานเพิ่มแล้ว ทางศาลปกครองสูงสุดก็จะมีหมายเรียกไปยังพยานเพื่อให้ส่งคำชี้แจงในรูปเอกสารกลับมายังศาลตามเวลาที่กำหนด จากนั้นศาลจะดำเนินการพิจารณาประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนจะส่งคำชี้แจงดังกล่าวไปให้ผู้ถูกฟ้องว่าจะมีคำคัดค้านหรือไม่ หากไม่มีคำคัดค้าน หรือผู้ถูกฟ้องส่งคำคัดค้านกลับมายังศาลภายในระยะเวลาที่กำหนดเรียบร้อยแล้ว ศาลปกครองสูงสุดก็จะตั้งองค์คณะขึ้นพิจารณาและมีคำตัดสิน ซึ่งคาดว่าน่าจะทราบผลการตัดสินได้ภายในเดือนมกราคม 2553
สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหามาบตาพุดตามที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่าย โดยมีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานร่วม รวม 18 คนนั้น นายศรีสุวรรณ ระบุว่า จากการพิจารณารายชื่อคณะกรรมการดังกล่าวพบว่ามีฝ่ายที่อยู่ฟากประชาชนเพียง 7 เสียงเท่านั้น หากมีการลงมติใดๆ ฝ่ายที่อยู่ข้างประชาชนก็จะแพ้ทุกมิติ นอกจากนี้ การที่มีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นกรรมการอยู่ย่อมส่งผลต่อการพิจารณาแก้ปัญหาประเด็นที่เกี่ยวเนื่องจากการละเว้นเพิกเฉย ล่าช้าของการปฏิบัติหน้าที่ของปลัดฯ ด้วย
ดังนั้น สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน จึงได้ตั้งคณะทำงานคู่ขนาน เพื่อมาทำหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการ 4 ฝ่ายดังกล่าว โดยมีนางรตยา จันเฑียร เป็นที่ปรึกษา ส่วนคณะทำงานประกอบด้วย นายขวัญสรวง อติโพธิ นักวิชาการอิสระ นายอภิชาติ ทองอยู่ นักวิชาการสถาบันบูรณาสังคมยั่งยืน นายสุรพล ดวงแข ประธานเครือข่ายสิ่งแวดล้อมไทย นายสัญชัย สูติพันธ์วิหาร อาจารย์จากคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นายวีระ ชมพันธุ์ ทนายสิ่งแวดล้อมจากสภาทนายความ นายนันทวัฒน์ ปรารภกุล นายกสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย พร้อมด้วยผู้แทนจากประธานชมรมประมงเรือชายฝั่งจังหวัดระยอง และนักวิชาการจากสถาบันวิชาการอื่น ๆ