กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

คลื่นซัดทับสะแกกลืนชายฝั่ง

  • 22 พ.ย. 2552
  • 1,277
คลื่นซัดทับสะแกกลืนชายฝั่ง

          เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 21 พ.ย. มีรายงานว่า กระแสลมแรงที่เกิดขึ้นในระยะนี้ ทำให้เกิดคลื่นสูงใหญ่พัดเข้าชายฝั่งทะเลอ่าวไทย เกิดผลกระทบหลายพื้นที่ โดยเฉพาะชายหาดทะเล บ้านทุ่งประดู่ ชาวประมงต้องนำเรือขึ้นมาไว้บนชายฝั่งเพื่อหลบลมมรสุ ม แต่ก็ยังไม่พ้น คลื่นลมได้พัดกระหน่ำเป็นระลอก จนทำให้ผืนทรายชายหาดถูกคลื่นซัดลงไปในทะเลแทนไม่มีท ี่จะจอดเรือ ทำให้ชาวประมงเดือดร้อนอย่างหนัก

          นายรส ขุนทอง อายุ 36 ปี อาชีพชาวประมงพื้นบ้าน อยู่บ้านเลขที่ 91/2 หมู่ที่ 2 ต.ทับสะแก อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ลมมรสุมได้พัดอย่างรุนแรง ทำให้เกิดคลื่นขนาดใหญ่พัดขึ้นฝั่ง บ้านพักของชาวประมงซึ่งเป็นทั้งที่พัก และที่เก็บอุปกรณ์ประมง ได้รับความเสียหาย จำนวนหลายหลัง ชาวประมงต้องลากเรือขึ้นมาไว้บนบก แต่ปัจจุบันก็ประสบปัญหาอีก เนื่องจากคลื่นได้ซัดเอาผืนทรายชายหาดซึ่งเป็นที่สาธารณะกลับลงไปในทะเล ทำให้ชาวประมงแทบไม่มีที่จอดเรือ จนต้องขอเข้าจอดหน้าบ้านชาวบ้าน แต่บางแห่งเจ้าของบ้านก็ไม่ได้อนุญาตให้จอดเรือ จึงได้รับความเดือดร้อนหนัก

          นายโฆสิต เครือวรรณ์ แกนนำชาวบ้านทุ่งประดู่ เปิดเผยว่า หมู่บ้านทุ่งประดู่ที่เคยมีหาดทราย มีต้นมะพร้าวเป็นแถว มีบ้านพักริมชายหาด แต่ก็ได้ถูกลมมรสุมพัดเข้ามาเอาผืนแผ่นดินกลับลงไปสู สู่ทะเลปีละกว่า 50 เซ็นติเมตร ในระยะ 20 ปีที่ผ่านมา ทำให้ผืนแผ่นดินชายฝั่งหายไปกว่า 10 เมตร เป็นระยะทางยาวกว่า 3 กิโลเมตร รวมประมาณ 30,000 ตารางเมตร ที่สูญหายไป จนปัจจุบัน นอกจากที่ดินสาธารณชายหาดได้หายไปแล้ว ที่ดินโฉนดบางแห่ง ยังเหลือแต่ใบโฉนด แต่ไม่มีที่ดินอีกด้วย ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน ซึ่งชาวบ้านต้องการให้ราชการสร้างเขื่อนกันคลื่น หรือเขื่อนเบรกคลื่น เพื่อป้องกันชายหาด ก่อนที่ผืนแผ่นดินบริเวณนี้จะหายไปจากประเทศไทย

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง