วันที่ 10 เมษายน 2560 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ขอชี้แจงกรณีแพขยะทะเล บริเวณเกาะทะลุ อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดังนี้
1. กรณีแพขยะทะเล ลอยอยู่บริเวณใกล้เกาะทะลุ อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา ในเบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นขยะที่ลอยออกมาจากแนวชายฝั่งในพื้นที่อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากที่มีฝนตกต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดการไหลและพัดพาขยะลงสู่ทะเล และเมื่อกระแสน้ำจากชายฝั่งลงไปปะทะกับแนวน้ำนิ่งในทะเล ขยะดังกล่าวจึงมารวมตัวกันเป็นแพขยะตามที่เป็นข่าว
2. วันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน 2560 สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 (เพชรบุรี) มอบให้ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล นำเรือ ทช. เข้าพื้นที่ เพื่อเก็บขยะดังกล่าวโดยสามารถเก็บได้น้ำหนักรวมประมาณ 200 กิโลกรัม ทั้งนี้ ขยะส่วนหนึ่งได้ถูกคลื่นซัดขึ้นไปอยู่บนเกาะ และอีกส่วนหนึ่งยังคงลอยกระจัดกระจาย อยู่บริเวณรอบเกาะทะลุ มีเพียงส่วนน้อยที่จมลงสู่แนวปะการัง
3. วันจันทร์ที่ 10 เมษายน 2560 ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 (เพชรบุรี) พร้อมเรือ ทช. เข้าพื้นที่ ร่วมกับบผู้ประกอบการท่องเที่ยว และผู้ประกอบการเรือประมง ในพื้นที่อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เก็บขยะทะเลส่วนที่เหลือที่ลอยอยู่ในบริเวณรอบเกาะทะลุ เพื่อป้องกันการจมลงสู่แนวปะการัง
4. ในส่วนของขยะที่ถูกคลื่นซัดขึ้นสู่เกาะ จะได้ประสานกับผู้ประกอบการเจ้าของรีสอร์ทบนเกาะ และองค์การบริหารส่วนตำบลทรายทองในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่ เพื่อวางแผนในการจัดเก็บบริเวณพื้นที่ชายหาด รวมทั้งจะได้ประสานกับหน่วยงานเทศบาล เพื่อนำขยะที่เก็บได้ไปคัดแยกและกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป
5. ภายใต้แผนแม่บทการบริหารขยะมูลฝอยของประเทศ พ.ศ.2559-2564 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้จัดทำมาตรการเพื่อจัดการขยะทะเล จำนวน 5 ด้าน ประกอบด้วย
5.1 ด้านการศึกษาชนิด/ปริมาณ/แหล่งที่มา/จัดทำฐานข้อมูล
5.2 ด้านลดผลกระทบจากขยะทะเลต่อระบบนิเวศที่สำคัญ
5.3 ด้านลดปริมาณขยะทะเลตามหลักวิชาการ
5.4 ด้านส่งเสริมให้ผู้ผลิต/ผู้จำหน่ายสินค้าใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
5.5 ด้านสร้างจิตสำนึกในการลดขยะทะเล
ทั้งนี้ ได้เริ่มดำเนินการลดปริมาณขยะทะเลโดยเฉพาะขยะพลาสติก ที่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล ได้แก่ การขายถุงพลาสติกในพื้นที่จังหวัดชายฝั่งและเกาะ การจัดทำพื้นที่ต้นแบบในการห้ามใช้ขยะพลาสติกโดยให้ใช้วัสดุอื่นทดแทน โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการลดขยะพลาสติกในทะเลให้ได้ 0.06–0.16 ล้านตันต่อปี หรือคิดเป็น 1.5 ชิ้นต่อคนต่อวัน เพื่อให้ประเทศไทยหลุดจากอันดับที่ 6 ของโลก จากการจัดอันดับประเทศที่มีการทิ้งขยะลงน้ำมากที่สุด