DMCR NEWS

อธิบดี ทช. ลงพื้นที่ค้นหาฉลามวาฬที่ถูกเรือประมงจับขึ้นเรือตามที่เป็นข่าว

  • 21 พ.ค. 2561
  • 768

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2561 เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน (จ.ภูเก็ต) ได้รับแจ้งว่ามีการโพสต์คลิปเรืออวนลากนำปลาฉลามวาฬขึ้นบนเรือประมง ผ่านทางเพจ “จิตอาสา go-eco Phuket” จึงได้ดำเนินการออกติดตามค้นหาฉลามวาฬตัวดังกล่าวเป็นเวลา 2 วัน นั้น

เมื่อวานนี้ (20 พ.ค.61) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ในฐานะที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) มีบทบาทและภารกิจที่สำคัญในการดูแลและอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก ผมไม่ได้นิ่งนอนใจจึงได้สั่งการไปยังหน่วยงานในสังกัดให้ลงพื้นที่เพื่อติดตามฉลามวาฬตัวดังกล่าวในช่วงสองวันที่ผ่านมา และในวันนี้ผมพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 9 ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน (ภูเก็ต) กรมเจ้าท่า จ.ภูเก็ต ตำรวจท่องเที่ยว และกรมประมง ได้ร่วมกันลงพื้นที่สำรวจค้นหาปลาฉลามวาฬที่ถูกจับขึ้นเรือแสงสมุทร 3 และได้ปล่อยทิ้งบริเวณระหว่างเกาะโหลน เกาะเฮ และเกาะบอน ครอบคลุมพื้นที่ 24 ตารางกิโลเมตรอีกครั้ง ซึ่งจากการค้นหาทางวิชาการปรากฏว่ายังไม่พบฉลามวาฬตัวดังกล่าว คาดว่าหากยังมีชีวิตคงอาจว่ายน้ำไปยังทะเลที่ไกลออกไปจากพื้นที่สำรวจแล้ว ทั้งนี้ยังให้สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 9 และศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน ร่วมกันติดตามและเฝ้าสำรวจตามบริเวณดังกล่าว โดยมีการแบ่งแผนการดำเนินงานออกเป็น 2 กรณี คือ 1.หากค้นเจอมีชีวิตจะรีบดำเนินการช่วยชีวิตโดยสัตวแพทย์และประเมินสภาพร่างกายก่อนปล่อยกลับสู่ทะเล และ 2.หากค้นเจอว่าเสียชีวิตแล้วให้เร่งดำเนินการผ่าชันสูตรซากและเก็บตัวอย่างทางพยาธิวิทยาอย่างเร่งด่วน โดยทีมสัตวแพทย์และนักวิชาการประมง เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานทางข้อมูลในชั้นสอบสวนได้ต่อไป

นายจตุพร กล่าวว่า ลักษณะของฉลามวาฬที่แตกต่างจากฉลามส่วนใหญ่ คือหัวที่ใหญ่โตมากเมื่อเทียบกับขนาดลำตัว และปากที่อยู่ด้านหน้าแทนที่จะอยู่ด้านล่าง ฉลามวาฬ เกือบทั้งหมดที่พบมีขนาดใหญ่กว่า 3.5 เมตร ใช้เหงือกในการหายใจ มีช่องเหงือก 5 ช่อง มีครีบอก 2 อัน ครีบหาง 2 อัน และ ครีบก้นหรือหาง 1 อัน หางของฉลามวาฬอยู่ในแนวตั้งฉาก และโบกไปมาในแนวซ้าย-ขวา แตกต่างจากสัตว์เลือดอุ่นในทะเลที่หางอยู่ในแนวขนานและหายใจด้วยปอด อาทิ วาฬ โลมา และพะยูน เป็นต้น

นายจตุพร กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยว และชาวประมงแต่ละพื้นที่ ในกรณีที่แล่นเรือไปเจอไม่ว่าจะเป็นฝูงโลมา หรือสัตว์ทะเลอื่นๆ ร่วมถึงฉลามวาฬที่อยู่ในทะเล กัปตันเรือจะต้องทำการหยุดการเดินเรือ และดูจนแน่ใจว่าฝูงสัตว์ทะเลเหล่านั้นได้ว่ายน้ำผ่านเรือไปแล้วถึงจะทำการเดินเรือต่อไป ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของสัตว์ทะเลและไม่ทำให้สัตว์ทะเลเกิดอาการตื่นกลัวของเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงให้สัตว์ทะเลได้กลับเข้ามาหากินอยู่ในท้องทะเลแถบนี้ต่อไป

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง