กรณีปรากฏเป็นข่าวหนังสือพิมพ์แนวหน้า เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2560 ข่าว "หดหู่!ป่าชายเลนผืนสุดท้ายพัทยา บุกรุกที่ โกงกางเหี้ยน ขยะเกลื่อน” http://m.naewna.com/view/highlight/270391 โดยมีเนื้อหาว่า ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพพื้นที่ภายในคลองนกยาง บริเวณหลังชุมชนวัดช่องลม ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเดิมมีสภาพเป็นป่าชายเลนที่มีต้นโกงกางขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น มีฝูงนกน้ำหายากหลากหลายสายพันธุ์ รวมทั้งสัตว์น้ำขนาดเล็กใช้เป็นที่อนุบาล ที่ถือเป็นผืนป่าชายเลนแห่งสุดท้ายของเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ปรากฏมีสภาพทรุดโทรมอย่างหนักจากการบุกรุกแนวลำคลองเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน อีกทั้งยังมีเศษขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลเต็มลำคลอง รวมถึงน้ำเน่าเสียจากชุมชนที่ปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลโดยเฉพาะพื้นที่อนุบาลสัตว์น้ำขนาดเล็ก และแหล่งเพาะพันธุ์นกน้ำหายากหลากหลายสายพันธุ์ อาจส่งผลให้สัตว์อพยพหรือสูญพันธุ์จากพื้นที่
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้สั่งการให้สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน และสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 (สบทช.2) ตรวจสอบแล้วสรุปได้ดังนี้
1. บริเวณดังกล่าวมีเนื้อที่ 1-1-66 ไร่ อยู่ในพื้นที่หมู่ 2 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งไม่อยู่ในเขตป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2530 วันที่ 23 กรกฎาคม 2534 และวันที่ 22 สิงหาคม 2543 จึงไม่จัดเป็นพื้นที่ป่าไม้ตามกฎหมายหรือตามมติคณะรัฐมนตรี โดยถือเป็นป่าชายเลนตามสภาพเนื่องจากพันธุ์ไม้ป่าชายเลนสามารถเจริญเติบโตได้ดี ในบริเวณที่มีสภาพแวดล้อมที่เป็นดินเลนน้ำกร่อยและมีน้ำทะเลท่วมถึง
2. จากการตรวจสอบกับสำนักงานที่ดิน และเทศบาลตำบลนาเกลือ พบว่าชุมชนหลังวัดช่องลมดังกล่าว มีผู้อยู่อาศัยประมาณ 300 คน จำนวน 120 หลังคาเรือน โดยพื้นที่ดังกล่าวมีสถานะเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์
3. เพื่อเฝ้าระวังผลกระทบต่อคุณภาพน้ำในลำคลองนกยาง สบทช. 2 จึงได้ประสานสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 13 เข้าเก็บตัวอย่างน้ำในวันพุธที่ 17 พ.ค.60 เพื่อนำไปตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการ
4. สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาในระยะต่อไป สบทช.2 จะได้แจ้งข้อมูลตามประเด็นข่าวดังกล่าวให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อพิจารณาจัดระเบียบชุมชนริมคูคลองให้มีคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดี รวมทั้งประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้เกิดความตระหนักจากการทิ้งขยะและปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำสาธารณะต่อไป