จากกรณีกลุ่มเจ็ทสกี โซไซตี้ จัดทริปท่องเที่ยวทางน้ำ โดยขับเรือเจ็ทสกีกว่า 20 ลำ เพื่อเฝ้าดูวาฬบรูด้า บริเวณพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการหากินและระบบนิเวศในพื้นที่อยู่อาศัยของวาฬบรูด้าและสัตว์ทะเลในบริเวณดังกล่าว จนเป็นข่าวโด่งดังในช่วงที่ผ่านมา โดยอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ชี้แจงและทำความเข้าใจกับกลุ่มเจ็ทสกีดังกล่าวแล้ว และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
และเมื่อวานนี้ (20 ต.ค.62) นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นำคณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ของวาฬบรูด้าในบริเวณอ่าวไทยรูป ตัว ก จังหวัดเพชรบุรี โดยมีคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรม ทช. ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคเอกชนในการจัดการท่องเที่ยว ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้
สำหรับประเทศไทยสามารถพบวาฬบรูด้าได้บ่อยที่แถบจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ และบริเวณเขตอ่าวไทยรูปตัว ก เนื่องจากมีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ โดยวาฬบรูด้าจะกินแพลงตอน เคย ปลาขนาดเล็ก และหมึก ดังนั้น จึงได้สั่งการให้สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 เฝ้าระวังและตรวจตราพื้นที่ พร้อมทั้งดำเนินการประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือ สร้างความรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับข้อปฏิบัติในการชมวาฬบรูด้าอย่างถูกวิธี ระหว่างผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวชมวาฬบรูด้า ชาวประมง และนักท่องเที่ยว ให้รับทราบถึงข้อควรพึงปฏิบัติในขณะชมวาฬ ทั้งนี้ ขอให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ช่วยกันเป็นหูเป็นตาในการเฝ้าระวังการกระทำที่อาจจะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยเฉพาะสัตว์ทะเลหายากที่ใกล้สูญพันธุ์ หากการกระทำใดที่อาจส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ขอให้แจ้ง กรม ทช. เพื่อทราบและแก้ไขโดยทันที หากการกระทำเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย ก็จะบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด


