กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

คิดดี : รวมการออกแบบเพื่อป้องกันภัยธรรมชาติ

  • 25 ธ.ค. 2556
  • 1,270
คิดดี : รวมการออกแบบเพื่อป้องกันภัยธรรมชาติ

          ปัจจุบันนี้ภัยที่เกิดจากธรรมชาติทั้งแผ่นดินไหว น้ำท่วม และคลื่นยักษ์สึนามิล้วนมีผลกระทบโดยตรงกับอาคารเป็นอย่างยิ่งนับเป็นความเสียหายที่ไม่อาจประเมินมูลค่าได้ภัยธรรมชาติ เหล่านี้มนุษย์ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้า ได้เลยซึ่งมันได้ส่งผลที่จะตามมาหลังจากเกิดภัยพิบัติต่างๆ เช่น รอยเลื่อนของแผ่นดินทำให้ดินโคลนถล่ม แกนโลกเอียงซึ่งทำให้เกิดอุณหภูมิที่สูงขึ้นจนทำให้น้ำแข็งละลายน้ำใกล้ท่วมโลก ตามทำนายปี ค.ศ. 2012 เหตุการณ์เหล่านี้เราจะเตรียมตัวรับมือต่างๆ กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า

          ในประเทศไทยเราถึงแม้จะมีกฎหมายเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารเพื่อรองรับแรงสั่นสะเทือนจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อปี 2550 เป็นต้นมา ว่าอาคารสูงที่ก่อสร้างต้องสามารถทนแรงสั่นสะเทือนจากเหตุแผ่นดินไหวได้อย่างน้อย 5 ริคเตอร์แต่กฎหมายนี้อาจจะไม่ควบคุมไปถึงอาคารบ้านเรือนโดยทั่วไปที่ไม่ใช่ตึกสูงโดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความสูญเสียได้มากมายเนื่องจากโครงสร้างของอาคารบ้านเรือนทั่วไปนั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาให้มีโครงสร้างที่แข็งแรงทนทานต่อแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้มากเหมือนคอนโดมิเนียมโครงก ารใหม่ๆ

          ประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่ามีความพร้อมเรื่องการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติขั้นรุนแรงและสถานการณ์ฉุกเฉินที่ดีที่สุดประเทศหนึ่ง ญี่ปุ่นได้มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของการสร้างที่พักอาศัยและอาคารสาธารณูปโภคต่างๆ จะมีข้อกำหนดให้ผู้ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดทั้งในเรื่องของข้อกำหนดในการออกแบบที่จะต้องคำนึงถึงการออกแบบให้โครงสร้างมีความสามารถในการต้านทา นแรงต่างๆที่จะกระทำกับโครงสร้างได้ในระดับที่ยอมรับได้หรือ การเลือกใช้วัสดุที่จะนำมาใช้ในโครงสร้างต่างๆ เช่น การใช้งานโครงสร้างเหล็กในประเทศญี่ปุ่นเนื่องจากปัจจัยหลายประการทั้งคุณสมบัติเชิงกลของเหล็กที่มีความเหนียวสูง เพราะรับแรงดึงได้

          สนามบินคันไซของญี่ปุ่นเป็นการลงทุนถมทะเลเพื่อก่อสร้างสนามบินโดยตรงแล้วสร้างสะพานเชื่อมต่อระหว่างแผ่นดินใหญ่ แต่เป็นเกาะจำลองที่สร้างขึ้นจากขยะที่ถูกอัดบีบจนแน่นแล้วนำมาถมทะเลจนกลายเป็นเกาะสนามบินคันไซสร้างขึ้นทางใต้ของอ่าวโอซาก้าโดยที่ขอบของสนามบินที่กั้นน้ำทะเลนั้นทำจากหินและคอนกรีตและยังมีการสร้างกำแพงเขื่อนกันสึนามิโดยออกแบบให้โค้งและยาวตามแนวชายหาดที่เข้ามาจากทะเล ราว 200-300 เมตร แบบที่จังหวัดเซ็นไดมันจะช่วยชะลอความแรงและรับความสูงของคลื่นได้มาก ลองคิดดูว่าถ้าหากไม่มีกำแพงเขื่อนนี้จะเกิดความเสียหายมากมายขน าดไหน

          ประเทศเนเธอร์แลนด์หรือฮอลแลนด์ซึ่งมีการสร้างบ้านเรือแพเพื่อรองรับน้ำท่วมโลก เวลาน้ำหลากเข้าเมือง ทุ่นเรือบ้านจะสามารถลอยน้ำได้ทันทีทำให้บ้านไม่จมน้ำ

          การถมเกาะของฮอลแลนด์และญี่ปุ่นทำกันมาอย่างช้านานฮอลแลนด์เป็นประเทศที่ต่ำกว่าทะเลอยู่ 3-5 เมตรแต่ก็สามารถอยู่เหนือผิวระดับน้ำทะเลได้ เพราะถมเกาะโดยขยะและระเบิดภูเขามาถม(แต่ต้องผ่านรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อน) ประเทศนอร์เวย์ สร้างที่เก็บเมล็ดพันธุ์และสัตว์ทุกชนิดไว้ในภูเขาเพื่อเก็บไว้ให้พ้นระดับน้ำทะเลและห่างไกลแผ่นดินไหวเหมือนเรือโนอาในพระคัมภีร์

          ประเทศจีน กวางเจา เซี่ยงไฮ้ ฯลฯจัดผังเมืองแบบยุโรปหรือประเทศที่เจริญแล้ว ย่านอุตสาหกรรมอยู่รวมกลุ่มชัดเจนเมืองก็อยู่ส่วนในเมือง โดยมีอาคารล้อมรอบ ลานคนเดินตรงกลาง ซึ่งแปลว่าถนนกับท่อระบายน้ำวิ่งรอบและอยู่ต่ำกว่าที่คนพักอาศัยการระบายน้ำง่ายกว่า เหตุแผ่นดินไหวที่เฉินตูที่ยังแก้ไม่ได้เพราะภูมิประเทศเป็นหุบเขาอยู่เยอะมาก (แผ่นดินไหวตั้งแต่สมัยสามก๊ก 2,000 ปีที่แล้ว) ถ้าบางที่สู้ภัยธรรมชาติไม่ได้ก็ต้องย้ายไปอยู่ในแนวที่ปลอดภัย

          ประเทศไทยมีบริษัทเอกชนเพียงรายเดียวที่สนใจทำจริงจัง คือ AMATA CASTLE โดยคุณวิกรม กรมดิษฐ์ ที่สร้างคล้ายกับประเทศนอร์เวย์สามารถกันได้ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันระเบิดปรมาณู ซึ่งรัฐบาลไทยในตอนนี้คิดที่จะสร้างเขื่อนรอบกรุงเทพฯนั้น แต่ผู้เขียนคิดว่าน่าจะไม่พอเฉพาะที่รอบกรุงเทพฯน่าจะมีอีกหลายจังหวัดที่ต้องเสี่ยง เช่น กาญจนบุรี เชียงใหม่ สงขลา ภูเก็ตเป็นต้น

          ไม่ว่าจะถมหรือสร้างเขื่อนหรือทำอุโมงค์อะไรก็ตามรีบมาทำกันเถอะครับเดี๋ยวไม่ทันการ

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง