กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

อย่าปล่อยให้ถุงพลาสติกครองเมือง

  • 6 ม.ค. 2557
  • 1,284
อย่าปล่อยให้ถุงพลาสติกครองเมือง

          ถึงเวลานี้คงยากที่จะปฏิเสธแล้วว่า ขยะที่เรียกว่าถุงพลาสติกหรือถุงก๊อบแก๊บนั้นสร้างปัญหาให้กับหลายเมืองทั่วโลกเนื่องจากมีจำนวนมากและกำจัดได้ยาก ที่น่าตกใจก็คือได้มีการประมาณว่าถ้านำถุงพลาสติกที่คนไทยใช้ในหนึ่งปีมาเรียงต่อกันจะได้ระยะทางไปกลับระ หว่างโลกกับดวงจันทร์ถึงเจ็ดรอบจังหวัดตรังเองก็ไม่รอดพ้นจากการถูกคุกคามจากขยะถุงพ ลาสติกเช่นกัน เนื่องจากประชาชนจำนวนมากยังไม่ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดจากขยะประเภทนี้จึงทำให้ยังใช้ถุงพลาสติกกันอย่างไม่ยั้งคิด

          ถุงพลาสติกผลิตมาจากเม็ดพลาสติกจากอุตสาหกรรมปิโตรเค มี ถุงพลาสติกหนึ่งถุงใช้เวลาประมาณ5 - 6 ชั่วอายุคนหรือประมาณ 450 ปีในการย่อยสลายและส่งผลเสียมากมายต่อสิ่งแวดล้อม เช่น หากนำถุงพลาสติกไปเผาก็จะก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกห่อหุ้มโลกใบนี้เอาไว้ทำใ ห้เกิดภาวะโลกร้อน หากนำไปฝังดินจะทำให้ดินเสื่อมคุณภาพไม่สามารถปลูกพืชได้ เนื่องจากรากของพืชจะไม่สามารถชอนไชผ่านขยะถุงพลาสติ กที่อยู่ใต้ดินได้ บ่อยครั้งที่ถุงพลาสติกไปอุดตันท่อระบายน้ำทำให้เกิดน้ำท่วมขังสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ซ้ำร้ายกว่านั้น ในบริเวณที่มีกิจกรรมการท่องเที่ยวมากถุงพลาสติกมักลอยไปในทะเล ทำให้สัตว์ทะเล เช่น เต่ามะเฟืองไปกินมันเข้าแล้วตายลง เนื่องจากเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแมงกะพรุนซึ่งเป็นอาหารโดยระบบการย่อยอาหารของเต่ามะเฟืองไม่สามารถย่อยถุงพ ลาสติกได้ถุงพลาสติกบางประเภท โดยเฉพาะถุงพลาสติกสีเข้มที่เกิดจากการนำกลับมาใช้ให ม่ ไม่ปลอดภัยที่จะนำมาบรรจุอาหารเนื่องจากจะก่อให้เกิดการปนเปื้อนของโลหะหนัก เช่น แคดเมี่ยม ตะกั่วเพราะการนำมาใช้ใหม่มักต้องมีการใส่สีลงไปปกปิดสีของ ถุงเดิม

          ที่สำคัญที่สุด ขยะถุงพลาสติกที่ปรากฏหรือปลิวว่อนไปยังที่ต่างๆ ได้ทำลายความงามของเมืองไปอย่างน่าเสียดายและแสดงออกถึงความไร้วัฒนธรรมในการทิ้งขยะ รวมทั้งความด้อยความสามารถของชุมชนในการจัดการกับขยะประเภทนี้อีกด้วย

          การจัดเก็บขยะนั้นเป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้อ งถิ่นในระดับล่างที่เป็นเจ้าของพื้นที่อย่างเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) องค์กรในระดับสนับสนุนอย่างองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ครอบคลุมทั้งจังหวัดควรมีบทบาทในก ารรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักให้กับประชาชนในการลดการสร้างขยะ เนื่องจากการเพิ่มงบประมาณในการจัดเก็บขยะเป็นการแก้ปัญหาเพียงที่ปลายเหตุเท่านั้น ในขณะที่การลดการสร้างขยะเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่เหมาะสมกว่า ในฐานะที่ผู้เขียนทำหน้าที่เลขานายก อบต.ตรังขอยกตัวอย่างการจัดเก็บขยะที่กำลังดำเนินการอยู่มาให ้ได้รับทราบ เพื่อมิให้ขยะถุงพลาสติกครองเมืองซึ่งทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง (อบจ.ตรัง) โดยการนำของนายกิจ หลีกภัยนายกอบจ.ตรัง ได้ดำเนินการปลูกจิตสำนึกของประชาชนชาวตรังมาอย่างต่ อเนื่อง โดยให้วิทยากรบรรยายให้ประชาชนกลุ่มต่างๆได้รับทราบเกี่ยวพิษภัยของถุงพลาสติกและวิธีการลดการสร้างขยะประ เภทนี้รวมทั้งขยะประเภทอื่นๆ เช่นกล่องโฟม นอกจากนี้ ยังได้ขยายผลการปลูกจิตสำนึกโดยการผลิตสื่อต่างๆ ได้แก่ ป้ายไวนิลสปอตทางวิทยุและโทรทัศน์ บทความในเว็บไซต์และหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนสามารถจดจำข้อมูลเกี่ยวกับขยะแต่ละประเภทได้

          โดยอบจ.ตรังได้เสนอวิธีการที่ประชาชนสามารถช่วยกันลดขยะถุงพลาสติกด้วยวิธีการ 3Rคือ (1) Reject (2) Reduce และ (3)Reuse
          (1) Reject หมายถึง การปฏิเสธการใช้ถุงพลาสติกในทุกๆโอกาสที่เป็นไปได้เช่น เมื่อซื้อสินค้าจากร้านค้าเพียงน้อยชิ้นและสามารถนำก ลับมาได้โดยไม่ต้องใช้ถุงพลาสติกหรือ ผู้ซื้อมีภาชนะใส่ของอยู่แล้ว เช่น เป้ ย่าม กระเป๋าสะพาย ฯลฯก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ถุงพลาสติกอีก
          (2) Reduce หมายถึง การลดการใช้ถุงพลาสติกด้วยวิธีการต่างๆ เช่นการเปลี่ยนมาใช้ถุงผ้า ถุงกระดาษเมื่อไปจ่ายตลาดการเปลี่ยนพฤติกรรมการจับจ่ายซื้อของโดยการใส่ของหลา ยอย่างรวมกันในถุงพลาสติกหนึ่งใบเท่าที่จะทำได้แทนที่จะใช้ถุงพลาสติกหนึ่งถุงสำหรับของหนึ่งอย่าง หรือการเปลี่ยนมาใช้ถุงพลาสติกชีวภาพที่ผลิตมาจากวัสดุธรรมชาติอย่าง แป้งสาลี แป้งข้าวโพด ที่สามารถย่อยสลายได้ภายในเวลาเพียง 6เดือน โดยไม่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม และ
          (3) Reuse หมายถึง การนำมาใช้ซ้ำ ถุงพลาสติกที่สร้างปัญหาในทุกวันนี้นั้นเกิดจากการถูกใช้เพียงครั้งเดียวแล้วทิ้งเป็นขยะทันที ดังนั้น หากประชาชนนำถุงพลาสติกที่มีอยู่แล้วภายในบ้านมาใช้ซ้ำก็จะช่วยลดการสร้างขยะประเภทนี้ได้มาก (อันที่จริงมีอีกวิธีการหนึ่งที่เรียกว่า Recycle ซึ่งหมายถึง “การนำมาใช้ใหม่” ซึ่งเป็นวิธีการที่ประชาชนทำเองได้ยากเนื่องจากเป็นการกระทำที่ต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อหลอมถุงพลาสติกที่ใช ้แล้วให้เป็นถุงใหม่)

          ข้อมูลจากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ทำให้ทราบว่า หลายประเทศทั่วโลกได้มีมาตรการต่างๆเพื่อจัดการกับขยะถุงพลาสติก เช่น ในประเทศจีนซุปเปอร์มาเกตหลายแห่งในเมืองเซี่ยงไฮ้จะคิดเงินเพิ่ มสำหรับผู้ที่ใช้ถุงพลาสติกจากทางร้านในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีกฎหมายกำหนดให้ถุงพลาสติกใส่ขยะต้องมีส่วนผสมของวัสดุที่ย่อยสลายได้ถึงร้อยละสามสิบ ในรัฐฮิมาไชปราเดช ทางภาคเหนือของประเทศอินเดียได้มีการห้ามใช้ถุงพลาสติกอย่างครบวงจรไม่ว่าจะเป็นก ารผลิต การเก็บการขายและการจำหน่าย ผู้ฝ่าฝืนจะได้รับโทษหนักคือจำคุก 7 ปีและปรับ 100,000 รูปี (ประมาณ 470,875 บาท)ในเมืองไคร้สท์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ ได้มีการรณรงค์ “Say No to PlasticBags” (ปฏิเสธถุงพลาสติกกันเถอะ) เพื่อสร้างความตระหนักให้กับประชาชนในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับถุงพลาสติกและส่งเสริมให้ร้านค้าหันมาใช ้ถุงที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติอย่างปอกระเจาแทน

          สุดท้ายนี้ ประชาชนทุกภาคส่วนคงจะให้ความร่วมมือในการลดปริมาณขยะถุงพลาสติกด้วยวิธีการ 3R ตามที่ อบต.ตรังได้ดำเนินการณรงค์ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ถ้าทุกเมืองของทุกจังหวัดใช้วิธีการ 3Rเป็นโมเดล ก็จะทำให้ประเทศไทยสะอาดน่าอยู่อย่างไม่ต้องสงสัย

 

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง