ประเทศไทยเริ่มมีการสำรวจซากเรือจมในท้องทะเลอ่าวไทย ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2517 ภายหลังจากที่ชาวประมงย่านสัตหีบ จ.ชลบุรี พบไหโบราณจำนวนหลายใบจากการลากอวนติดขึ้นมาจากใต้ทะเลใกล้เกาะคราม การสำรวจเริ่มต้นที่เกาะครามเป็นจุดแรก โดยความช่วยเหลือทางวิชาการของนักโบราณ คดีชาวเดนมาร์ก และกองทัพเรือจัดส่งนักดำน้ำเข้าร่วมสำรวจ ส่งผลให้แหล่งเรือเกาะครามหรือแหล่งสัตหีบเป็นที่รู้ จักในเวลาต่อมา
"มรดกใต้ท้องทะเลไทย" (สำนักพิมพ์มติชน) เป็นการรวบรวมผลงาน การศึกษาวิจัยด้านโบราณคดีใต้น้ำของงานโบราณคดีใต้น้ำ กรมศิลปากร ที่ปฏิบัติงานมาร่วมสี่ทศวรรษนับจากแหล่งเกาะครามเป็นต้นมา โดยรวบรวมจากเอกสารต่างๆ ที่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ ตลอดจนผลการนำเสนอผลงาน การปฏิบัติงาน จากที่ประชุมสัมมนาหลายแห่งทั้งในและต่างประเทศ เรียบเรียงโดย เอิบเปรม วัชรางกูร และ วรวิทย์ หัศภาค บอกเล่าการทำงานค้นหาสมบัติใต้ทะเลจากซากเรือสำเภาโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยาจากแหล่งต่างๆในใต้ท้องทะเลอ่าว ไทย ตลอดจนลักษณะและประเภทของสินค้าโบราณวัตถุที่ค้นพบ อาทิ เครื่องชั่ง เหรียญ เครื่องประดับ งาช้าง เครื่องเทศ ไปจนถึงปืนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครืองถ้วยชามดินเผา เครื่องถ้วยจีน และเครื่องถ้วยชามสังคโลก ที่เป็นตัวดึงดูดให้เหล่านักล่าสมบัติเอาชีวิตมาทิ้ง ใต้ท้องทะเลจำนวนมาก ทั้งยังบอกเล่าประวัติศาสตร์ เส้นทางการค้าทางทะเลสมัยโบราณของจีนและไทยในแถบอุษาคเนย์
ตลอดสี่ทศวรรษที่ผ่านมา กลุ่มโบราณคดี กรมศิลปากร ดำเนินการสำรวจและขุดค้นแหล่งโบราณคดีใต้น้ำทั่วประเทศรวม 65 แหล่ง รวบรวมโบราณวัตถุได้จำนวนมาก ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ด้านพาณิชย์ นาวีโบราณในอุษาคเนย์ อันเป็นมรดกใต้ท้องทะเลที่ประเมินค่ามิได้