สัตวแพทย์ สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งทะเลและป่าชายเลนจังหวัดภูเก็ต เผยผลการชันสูตรซากลูกพะยูนเกยตื้นบริเวณหาดโตบตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง พบอาการป่วยเรื้อรังมีพยาธิตัวกลมและพยาธิตัวแบน อัดแน่นอยู่ในกระเพาะอาหาร ทำให้ตายในที่สุด
สัตวแพทย์หญิง พัชราภรณ์ แก้วโม่ง นายสัตวแพทย์สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลนจังหวัดภูเก็ต ซึ่งรับผิดชอบงานชันสูตรซากสัตว์ทะเลเกยตื้นใน6 จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน กล่าวถึงผลการชันสูตรซากลูกพะยูนเพศผู้ที่นายวิเชียร ใจสมุทร ชาวประมงพื้นบ้านหมู่ที่ 7 ตำบลเกาะลิบงอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ส่งไปผ่าพิสูจน์ที่สถาบันวิจัยฯ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2554 ว่า ลูกพะยูนตัวดังกล่าว มีน้ำหนัก 58กิโลกรัม อายุประมาณ 2 ปี มีความยาว 1 เมตร 50 เซนติเมตร ซึ่งชาวตำบลเกาะลิบงพบเกยตื้นอยู่ที่บริเวณหาดโตบ หมู่ที่ 7 ตำบลเกาะลิบง หลังผ่าพิสูจน์พบลูกพะยูนมีอาการป่วยเรื้อรัง เนื่องจากมีพยาธิตัวกลมความยาว 10-13 เซนติเมตร อัดแน่นอยู่ในกระเพาะอาหารจำนวน 641 ตัวและพยาธิตัวแบนไม่ทราบชนิด ความยาวเฉลี่ย 1 ถึง 1.2 เซนติเมตร ความกว้างเฉลี่ย 2 มิลลิเมตรอีกจำนวน 76ตัว ส่งผลต่อกระเพาะอาหารและการดูดซึมอาหาร จึงบ่งชี้ได้ว่าลูกพะยูนมีอาการป่วยเรื้อรังมาก่อนทำให้ร่างกายอ่อนแอลงเรื่อยๆ และตายลงในที่สุด
นอกจากนี้ ยังพบการอักเสบและจุดเนื้อตายภายในผนังลำไส้เล็ก รวมทั้งก้อนหนองขนาด4.5 เซนติเมตร จำนวน 1 ก้อนด้วย ซึ่งลักษณะดังกล่าวหากเกิดในลูกพะยูนวัยเด็กจะทำให้ป่วยเรื้อรัง เนื่องจากพยาธิทั้งสองชนิดจะขยายตัวไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายส่วนรอยแผลเป็นที่ผิวหนัง น่าจะเกิดจากเขี้ยวของพะยูนตัวอื่นที่กัดกันเอง ขณะที่ลูกพะยูนเพศผู้ตัวล่าสุดอายุประมาณ 3 ปี ที่เพิ่งส่งไปเมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา คาดว่าจะสามารถสรุปผลได้ประมาณวันที่ 12-15 พฤษภาคม 2554