กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

เดินหน้าหาแนวร่วมป้องกันชาติในทะเล

  • 6 ม.ค. 2557
  • 1,259

          ทัพเรือภาคที่ 1 เดินหน้าสร้างกำแพงมนุษย์ เสริมพลังแนวร่วมในเรื่องความมั่นคงของชาติ เกี่ยวกับการเดินเรือใกล้ฝั่ง กฎหมายประมง กฎหมายทะเล และการติดต่อสื่อสาร รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลและความมั่นคง หัวเมืองชายทะเล 11 จังหวัด

          พล.ร.ท.ฆนัท ทองพูล ผู้อำนวยการศูนย์ไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล เขตทัพเรือภาคที่ 1 และผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้มอบหมายให้ พล.ร.ต.ทวีป สุขพินิจ รองผู้อำนวยการศูนย์ไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล เขตทัพเรือภาคที่ 1 /รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมกับ นายเกียรติศักดิ์ มูลศาสตร์สาทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานในการเปิดและปิด พร้อมมอบประกาศนียบัตรให้กับผู้ที่เข้าร่วมการฝึกอบรมหลักสูตรการประมงกับความมั่นคงของชาติและไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล เขตทัพเรือภาคที่ 1 รุ่น 284/103 ประจำปี 2554 โดยมี น.อ.อาทร เคลือบมาศ เลขานุการศูนย์ไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล เขตทัพเรือภาคที่ 1 /รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 ผู้อำนวยการฝึก กล่าวรายงาน ณ สหกรณ์ประมงแม่กลอง จำกัด อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม

          สำหรับไทยอาสาป้องกันชาติ ได้ก่อเกิดมานับตั้งแต่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ได้ดำเนินการจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธเข้าทำการรุกราน ข่มขู่ประชาชน เพื่อมุ่งหมายที่จะเปลี่ยนระบอบการปกครองของประเทศไทยและได้เริ่มใช้กองกำลังติดอาวุธเข้าสังหาร เข่นฆ่าประชาชน ตลอดจนเจ้าหน้าที่รัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2508 เป็นต้นมา โดยประกาศให้วันนี้เป็น “วันเสียงปืนแตก” ทำให้ราษฎรตามหมู่บ้านที่ห่างไกล ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าไปให้การช่วยเหลือ สนับสนุนยากลำบาก ต้องถูกผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) ข่มขู่ ปลุกระดม ขูดรีด บังคับเอาเสบียงอาหาร และเกณฑ์เอาหนุ่มสาวในหมู่บ้านเข้าไปเป็นแนวร่วม ด้วยการสังหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำในท้องถิ่น และผู้ที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ จนในที่สุดบรรดาราษฎรในหมู่บ้านไม่สามารถทนต่อพฤติกร รมโหดเหี้ยม จึงพร้อมใจรวมตัวผนึกกำลังกันขึ้นเป็นกลุ่มราษฎรอาสา สมัครในรูปแบบต่างๆกัน โดยความร่วมมือและสนับสนุนจากส่วนราชการต่างๆ ทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร เพื่อต่อต้านและป้องกันบรรเทาภัยพิบัติ และการก่อความไม่สงบเรียบร้อยทุกรูปแบบ ตลอดจนร่วมกันอาสาพัฒนาท้องถิ่นของตนเองในทุกด้าน

          พล.ร.ต.ทวีป สุขพินิจ รองผู้อำนวยการศูนย์ไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล เขตทัพเรือภาคที่ 1 กล่าวว่า ทสปช. หรือไทยอาสาป้องกันชาติ มี 4 ประเภท คือ ประเภทป้องกันตนเอง ซึ่งจะทำการฝึกอบรมในพื้นที่อันตรายหรือหมู่บ้านที่อยู่ตามแนวชายแดนที่มีการคุกคามของฝ่ายศัตรูและจะเน้น หนักในเรื่องการต่อต้านและป้องกันการก่อการร้ายหรือภัยจากการกระทำของข้าศึก การต่อต้านและป้องกันการก่อความไม่สงบเรียบร้อยทุกรูปแบบ การรักษาความปลอดภัยในหมู่บ้านหรือท้องถิ่นของตนเอง ประเภทคุ้มครองพัฒนา จะทำการฝึกอบรมในหมู่บ้านที่เป็นชุมชนหรือในเขตสุขาภิบาล เทศบาล เป็นต้น โดยเน้นหนักในเรื่องการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท อาสาพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง ประเภทป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งจะทำการฝึกอบรมเฉพาะในเขตชุมชน ที่มีบ้านเรือนหนาแน่นในเขตสุขาภิบาลหรือเขตเทศบาลและจะเน้นหนักในเรื่องการบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนทั่วไปในด้านการให้ความปลอดภัยและบริการ การบรรเทาสาธารณภัยแก่ประชาชน อันเกิดจากภัยธรรมชาติและอัคคีภัย การช่วยเหลือป้องกันและระวังภัยต่างๆ เพื่อลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน และประเภทสุดท้าย ก็คือ ทสปช.ในทะเล จะทำการฝึกอบรมเฉพาะชาวประมงหรือผู้มีอาชีพเกี่ยวกับ การประมงในพื้นที่จังหวัดชายทะเลทั่วประเทศ 22 จังหวัดเท่านั้น และจะเน้นหนักในเรื่องความมั่นคงของชาติเกี่ยวกับการ เดินเรือใกล้ฝั่ง กฎหมายประมงและกฎหมายทะเล การติดต่อสื่อสาร โดยมีทัพเรือภาคที่ 2 รับผิดชอบจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ส่วนทัพเรือภาคที่ 3 รับผิดชอบชายทะเลเขตอันดามัน

          พล.ร.ท.ฆนัท ผู้อำนวยการศูนย์ไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล กล่าวว่า ในอดีตบรรพชนของไทยเราได้ร่วมกับประชาชนสร้างวีรกรรม อันยิ่งใหญ่ โดยได้สละชีวิต เลือดเนื้อและหยาดเหงื่อ เข้าปกป้องเอกราชอธิปไตยของแผ่นดิน กล่าวคือ ท้าวสุรนารี วีรสตรีของไทย ได้รวมพลังประชาชนหญิงชายชาวนครราชสีมา จับอาวุธเข้าต่อสู้ขับไล่อริราชศัตรูอย่างเข้มแข็ง แม้ฝ่ายเราจะมีไพร่พลซึ่งล้วนแต่เป็นประชาชนพลเมืองและมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่น้อยกว่า แต่ด้วยจิตใจที่แกร่งกล้าและอุดมการณ์อันแน่วแน่ที่จะรักษาเอกราชไว้ ทำให้สามารถขับไล่ข้าศึกจนแตกพ่ายไป เหตุการณ์นั้นนับเป็นวีรกรรมที่เสียสละอย่างแท้จริงของประชาชนที่รวมพลังกันลุกขึ้นต่อสู้กับศัตรูจนได้รับชัยชนะ ทางราชการจึงได้ประกาศให้วันที่ 4 มีนาคมของทุกปีเป็น “วันไทยอาสาป้องกันชาติ” หรือวัน ทสปช.

          พล.ร.ท.ฆนัท กล่าวว่า การฝึกอบรมอาสาสมัครไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล เพื่อให้ความรู้วิชาการต่างๆที่เกี่ยวข้อง และเป็นประโยชน์ต่ออาชีพของชาวประมง ซึ่งจะทำให้ชาวประมงนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการพัฒ นาอาชีพให้เป็นประโยชน์ ต่อตนเองและต่อประเทศชาติ นอกจากนี้ ยังเป็นการรวมชาวประมง ผู้มีอาชีพเกี่ยวข้องกับการประมง และผู้ประกอบกิจการทะเลให้เป็นกลุ่มพลังที่เรียกว่า “ไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล” ทำหน้าที่ช่วยเหลือทางราชการในด้านการรักษาความมั่นคงของชาติในทะเล ด้านการช่วยป้องกัน และต่อต้านการก่อการร้ายทุกรูปแบบในเขตน่านน้ำไทย ตลอดจนไม่เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายต่างๆเสียเอง อีกทั้งเป็นการร่วมมือระหว่างชาวประมงกับทางราชการอย่างแน่นแฟ้น และจะเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยแก่ชาติบ้าน เมืองทางทะเลให้ดียิ่งขึ้น นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ทุกคนได้ร่วมกันเสียสละช่วยเหลือทางราชการในการดูแลทรัพยากรของชาติทางทะเลและเป็นหูเป็นตาให้กับทางราชการในการแจ้งข่าวต่างๆ ทางทะเล เช่น พบเห็นเรือต่างชาติในรูปแบบการหลบหนีเข้าเมือง เบาะแสยาเสพติด และรวมไปถึงการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ที่ผ่านมานับว่าไทยอาสาป้องกันชาติ (ทสปช.) ได้ให้ความร่วมมือกับทางราชการด้วยดีตลอดมา

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง