กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

“วาฬบรูด้า”ตายบ่งชี้อ่าวไทยเข้าขั้นวิกฤติ

  • 6 ม.ค. 2557
  • 1,263

          กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งตะวันออก สำรวจซากวาฬบรูด้า เพศเมีย ตัวที่ 2 ลอยติดเกาะแสมสารสัตหีบ เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นาวาเอก อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ ว่าพบซากวาฬขนาดใหญ่ในสภาพลอยขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็น ผิวหนังถูกแดดเผาไหม้เกรียม เกยติดโขดหินบริเวณหาดเตย ด้านทิศตะวันตก ของเกาะแสมสาร ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ห่างจากชายฝั่งประมาณ 800 เมตร จึงประสานไปยังศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งตะวันออก จังหวัดระยอง เพื่อส่งเจ้าหน้าที่วิชาการร่วมเข้าตรวจสอบ 

          เวลาต่อมา นายสมชาย มั่นอนันต์ทรัพย์ นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ รักษาการ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งตะวั นออก จังหวัดระยอง ได้เดินทางมาผ่าพิสูจน์ พร้อมเปิดเผยว่า ซากวาฬที่พบเป็น วาฬบรูด้า เพศเมีย อายุประมาณ 15 ปี หรือวัยเจริญพันธ์ มีความยาวประมาณ 10 เมตร น้ำหนักประมาณ 2 ตัน และตายมาแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ คาดว่าน่าจะเป็นฝูงวาฬที่เข้ามาหากินในทะเลอ่าวไทย และตายไปก่อนหน้านี้ กระทั่งถูกพบซากของมันลอยขึ้นอืดในทะเลแถบดอนหอยหลอด จังหวัดสมุทรสงคราม ส่วนสาเหตุการตายยังไม่ทราบแน่ชัด อย่างไรก็ตาม การผ่าพิสูจน์พบว่าหัวกะโหลกได้หลุดหายไป แต่เป็นที่น่าสังเกตที่ภายในกระเพาะอาหารของวาฬตัวนี้ไม่พบเศษอาหารตกค้าง หรือมีอาหารชนิดใดๆอยู่เลย คาดว่าจะป่วย โดยพฤติกรรมของวาฬแล้วหากล้มป่วยจะไม่กินอาหารใดๆทั้งสิ้น จนเสียชีวิตขณะพยายามว่ายน้ำพาตัวเองเข้าฝั่ง ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงนั้นของวาฬบรูด้าทั้งสองตัวที่พบ ต้องรอผลพิสูจน์อย่างเป็นทางการ จากการสันนิษฐานเบื้องต้นคาดว่า น่าจะเกิดจากภาพแวดล้อมทางทะเลเสื่อมโทรมลง ทั้งจากสภาวะน้ำเน่าเสีย สิ่งปฏิกูลต่างๆที่ถูกทิ้งลงทะเล ล้วนส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลทั้งสิ้น และน่าจะเป็นเหตุพลหลักที่ส่งผลให้วาฬบรูด้าเสียชีวิต

          สำหรับวาฬบรูด้า ถือเป็นสัตว์น้ำขนาดใหญ่ที่สุด ลักษณะลำตัวมีสีเทาดำ รูปร่างค่อนข้างเพรียว ส่วนหัวมีแนวสันนูน 3 สัน ครีบเล็กและปลายแหลม มีร่องใต้คาง 40 -70 ร่อง เมื่อโตเต็มที่ลำตัวจะยาวประมาณ 14 - 15 เมตร น้ำหนักมากสุด 20 - 25 ตัน กินอาหารโดยการกรอง มีซี่กรองคล้ายหวีสีเทา 250 - 370 ซี่ อาหารส่วนใหญ่เป็นแพลงตอน เคย ลูกปลา และปลาหมึก มีถิ่นอาศัยประจำอยู่ในอ่าวไทย และสามารถพบได้ในจังหวัดชายทะเลเกือบทุกจังหวัด แต่จะพบมากที่ทะเลด้านนอก แถบจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปัจจุบัน จากการสำรวจพบมีจำนวนน้อยลงถึงขึ้นใกล้สูญพันธ์

          นาวาเอกอาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการกล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะหันมาช่วยกันฟื้นฟูทรัพยากรทาง ทะเล จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ขณะนี้สภาวะแวดล้อมในทะเลได้เสื่อมโทรมลงถึงขึ้นวิกฤติ ซึ่งล้วนเกิดจากการกระทำของมนุษย์ทั้งสิ้น และจากการเสียชีวิตของวาฬบรูด้าทั้งสองตัวที่พบในทะเลอ่าวไทย อาจเป็นสิ่งบอกเหตุว่า ธรรมชาติกำลังย้อนกลับมาทำร้ายสิ่งมีชีวิตบนโลก เหมือนที่มนุษย์กำลังทำลายธรรมชาติให้หมดไป 

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง