ทะเลอันดามันในภาคใต้ของประเทศไทยมีอุทยานแห่งชาติทางทะเลหลายแห่ง เป็นที่ดึงดูดของนักท่องเที่ยวและนักดำน้ำให้เดินทาง มาสัมผัสหาดทราย ขาวสะอาด ทิวทัศน์มหัศจรรย์ ความหลากหลายของสัตว์ทะเล และแนวปะการังที่สวยงาม ซึ่งทุกแห่งพร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เที่ยว ชมและสัมผัสธรรมชาติอันงดงามโดดเด่นที่แตกต่างกันไป เช่น อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน แหล่งดำน้ำดูปะการังที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลก เกาะสิมิลัน เป็นภาษายาวี แปลว่า เก้า เนื่องจากประกอบด้วยเกาะ 9 เกาะ ในปัจจุบันได้รวมเอาเกาะตาชัย และเกาะบอน เข้ามาไว้ด้วยจึงรวมเป็นทั้งหมด 11 เกาะ โดยมีเกาะแปด (เกาะสิมิลัน) เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด และมีความโดดเด่นตรงที่ก้อนหินรูปเรือใบอันเป็นสัญลักษณ์ของหมู่เกาะสิมิลัน เกาะสี่ (เกาะเมี่ยง) อยู่ทางทิศใต้ของเกาะแปด เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติฯและศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีร้านค้าและบ้านพักไว้บริการบนเกาะนี้ มีป่าและชายหาดทรายขาวละเอียดอยู่คนละด้าน ซึ่งสามารถเดินทางไปได้มีระยะทาง 358 เมตร ส่วนเกาะอื่นๆนั้นก็เป็นจุดดำน้ำอันสวยงาม มีเกาะหนึ่งเท่านั้นที่เป็นเกาะอนุรักษ์พันธุ์ทะเลอยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ ซึ่งไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปทำกิจกรรรมใดๆบน เกาะ
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ นับว่าเป็นสุดยอดของแหล่งปะการังชายฝั่งของไทย จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอาทิ หินราบ (หินกอง) อยู่ด้านเหนือของเกาะสุรินทร์เหนือ เป็นกองหินที่โผล่พ้นน้ำมีสันหินทอดยาวไปทางทิศตะวัน ตก ด้านตะวันออกเป็นผาชัน บางจุดยังพบกัลปังหาขนาดใหญ่หลายด้าน เกาะสตอร์ก อยู่ห่างจากหินราบไปทางทิศตะวันออกประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นเกาะเล็กๆที่มีกระโจมไฟของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ตั้งอยู่บนเกาะ มีแนวปะการังแข็งอยู่ทั่วบริเวณ รวมทั้งเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเลหลากสายพันธุ์ อ่าวสุเทพ เป็นอ่าวที่ใหญ่สุดของเกาะสุรินทร์ใต้ มีแนวปะการังอันสมบูรณ์ยาวกว่าหนึ่งกิโลเมตร อ่าวเต่า อยู่ที่เกาะสุรินทร์ใต้เช่นกัน มีแนวปะการังเป็นแนวบริเวณกว้างและมีเต่ากระอาศัยอยู่ทั่วไป นอกจากนี้ยังมีฉลามวาฬและกระเบนราหูให้พบเห็นอีกด้วย อ่าวผักกาด สามารถพบเห็นปะการังหลากหลายชนิดในบริเวณนี้ ถึงแม้จะเป็นอ่าวขนาดเล็กก็ตาม และยังมีฝูงปลาต่างๆ หอยมือเสือ รวมทั้งดอกไม้ทะเลสีสันสวยงามที่พลิ้วไหวโอนเอนไปตาม กระแสน้ำ เป็นที่ประทับใจของเหล่านักดำน้ำทั้งหลาย
อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ลักษณะการท่องเที่ยวจะเป็นการนั่งเรือชมทัศนียภาพ และเรือที่ให้บริการจะเป็นเรื่อหางยาวแบบท้องถิ่น เป็นการล่องเรือชมเกาะหรือเขารูปร่างต่างๆตามแต่จินตนาการ เช่น เขาหมาจู เป็นภูเขาหินมีรูปร่างคล้ายๆ หมาจู มีส่วนหัว ส่วนลำตัว และส่วนหาง เขาเขียน (ภาพเขียนสี) อยู่บริเวณทางผ่านที่จะไปยังเกาะปันหยี มีลักษณะเป็นหน้าผา มีรูปเขียนเป็นสัตว์ชนิดต่างๆ สันนิษฐานว่า เป็นภาพวาดโดยนักเดินเรือสมัยโบราณที่แวะมาพักหลบลมมรสุม ซึ่งกรมศิลปากรศึกษาพบว่า มีอายุไม่ต่ำกว่า 3,000 ปี ถ้ำลอด เป็นภูเขาเหมือนเกาะทะลุ ปากถ้ำกว้างประมาณ 5 เมตร สูง 40 เมตร เรือขนาดเล็กสามารถแล่นผ่านทะลุไปอีกด้านของถ้ำได้ บนเพดานถ้ำมีหินย้อยรูปทรงแปลกตา ส่วนเกาะปันหยี เปรียบเสมือนเป็นหมู่เกาะกลางทะเล มีประมาณ 200 หลังคาเรือน ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม บนเกาะมีทั้งโรงเรียน สถานีอนามัย ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ซึ่งตามโปรแกรมทัวร์ล่องอ่าวพังงา มักจะมาแวะรับประทานอาหารกลางวันกันที่นี่ นอกจากนี้ยังมีเขาพิงกัน เขาตะปู หรือที่เรียกกันว่า เขาเจมส์บอนด์ เนื่องจากเคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง Jame Bond 007 นับว่าเป็นสถานที่ที่มีความสวยงามระดับโลกเลยทีเดียว
อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อยมากมาย เช่น เกาะไม้ไผ่ เกาะยูง และ 2 เกาะหลักๆ คือ เกาะพีพีดอนและเกาะพีพีเล หรือเรียกว่า หมู่เกาะพีพี จัดว่าเป็นหนึ่งในที่สุดแห่งความงดงามของหมู่เกาะแห่งทะเลอันดามัน โดยเฉพาะเวิ้งอ่าวคู่อ่าวต้นไทร และอ่าวโล๊ะดาลัมบนเกาะพีพีดอนนั้น มีทัศนียภาพที่สวยงามติดอันดับโลกจนชาวต่างชาติยกนิ้วให้ มีที่พักหลากหลายระดับราคา ร้านค้าร้านอาหารจำนวนมาก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เป็นศูนย์รวมกิจกรรมท่องเที่ยวทางทะเลอีกด้วย ส่วนเกาะพีพีเลไม่มีที่พัก แต่เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวในเรื่องกิจกรรมดำ น้ำตื้นและน้ำลึก เนื่องจากน้ำทะเลใสสะอาด มีทิวทัศน์ของเกาะและอ่าวที่สวยงาม รวมถึงอ่าวมาหยา ที่มีหาดทรายอันงดงาม และเคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดังเรือง The Beach นอกจากนี้ยังรวมถึงหมู่เกาะปอดะ มีกลุ่มเกาะที่ใกล้ๆ กันคือ เกาะปอดะ เกาะไก่ เกาะทับ เกาะหม้อ ซึ่ง 3 เกาะหลังนี้ เมื่อยามน้ำลดจะถูกเชื่อมด้วยสันทรายขาวละเอียดทอดยาวสวยงาม และดูแปลกตาที่เรียกว่า “ทะเลแหวก” จนได้รับการคัดเลือกให้เป็น Unseen in Thailand จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและเป็นแหล่งท่องเที่ยวไฮไลท์ของจังหวัดกระบี่
อุทยานแห่งชาติตะรุเตา อุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย มีชื่อเสียงทางด้านประวัติศาสตร์และความสวยงามของธรรมชาติ เป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังและฝูงปลาสวยงามที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งในแถบทะเลอันดามันใต้ ประกอบไปด้วยจำนวนเกาะถึง 51 เกาะ เกาะที่มีความโดดเด่น ได้แก่ เกาะไข่ เกาะเล็กๆ ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ซุ้มประตูหินที่เกิดจากการกัดเซา ะของธรรมชาติ ที่เรียกว่าเกาะไข่ เนื่องจากทุกๆ ปีบรรดาเต่าทะเลจำนวนมากจะขึ้นมาวางไข่บนเกาะแห่งนี้ อีกทั้งยังมีหาดทรายสีขาวนวลเหมือนเปลือกไข่ นอกจากนี้เกาะไข่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวจังหวัดสตูลอีกด้วย เกาะตะรุเตา บนเกาะมีกิจกรรมท่องเที่ยวมากมาย อาทิ เดินป่า น้ำตก ดูนก แหล่งประวัติศาสตร์ ได้แก่ อ่าวพันเตมะละกา ที่มีชายหาดยาวเกือบ 2 กิโลเมตร มีเส้นทางเดินเท้าขึ้นไปจุดชมวิวท้องทะเลและพระอาทิตย์ตกดิน ที่ผาโต๊ะบูมีลำคลองให้นักท่องเที่ยวล่องเรือหางยาวเข้าไปเที่ยวที่ถ้ำจระเข้ได้ ส่วนอ่าวทะโละวาว ในอดีตเคยเป็นสถานที่ตั้งนิคมฝึกอาชีพของนักโทษการเมือง เกาะอาดัง มีชายหาดขาวสะอาด มีทางเดินเท้าจากหาดแหลมสนขึ้นไปยังจุดชมวิวผาชะโด ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกดินอันงดงาม เกาะราวี โดดเด่นที่มีแนวปะการังอันอุดมสมบูรณ์ น้ำทะเลใสสะอาด หาดทรายขาวละเอียด เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการดำน้ำดูปะการัง เกาะผึ้ง มีแนวปะการังอ่อนสีสดๆละลานตา แต่บริเวณนี้กระแสน้ำค่อนข้างแรง การดำน้ำควรใช้ความระมัดระวัง เกาะดง มีแนวปะการังแข็งอันหลากหลายประมาณ 10-20 ชนิด นอกจากนี้ยังมีดาวขนนก และหอยมือเสืออาศัยอยู่ทั่วบริเวณ และยังมีหินซ้อนก้อนหินทรงลูกบาศก์ขนาดใหญ่สองก้อน ที่ซ้อนกันอยู่ราวกับมีใครมาจุดวางไว้ เสมือนเป็นประติมากรรมธรรมชาติที่ดูแปลกตา เกาะหินงาม บนเกาะแห่งนี้มีแต่หินก้อนกลมเกลี้ยงสีดำ ราวกับเป็นความมหัศจรรย์จากธรรมชาติ เมื่อยามที่น้ำทะเลสาดซัดขึ้นมาและแสงอาทิตย์สาดส่อง กระทบหาดหินแห่งนี้ ก้อนหินแต่ละก้อนจะเปล่งประกายระยิบระยับวับวาวเป็นภาพที่งดงามมาก
ในด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานถือปฏิบัติตามมาตรการการบริ การและดูแลรักษาความปลอดภัยและจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติกา รบริการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล ยานพาหนะ การสื่อสารทุกชนิด อุปกรณ์การเตือนภัย กู้ภัย และปฐมพยาบาลเบื้องต้น อำนวยความสะดวกและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว รวมทั้งมีเครือข่ายการกู้ภัยทางทะเลโดยมีศูนย์ประสาน งานที่จังหวัดภูเก็ต นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งศูนย์ข้อมูลและเตือนภัยพิบัติ เป็นหน่วยประสานข้อมูลจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่
แม้ว่าช่วงต้นฤดูกาลท่องเที่ยวที่ผ่านมาพบว่า ปริมาณนักท่องเที่ยวลดลงไปกว่า 31% แต่ก็ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาพอเหมาะกับขีด ความสามารถในการรองรับการใช้ประโยชน์ด้านนันทนาการของพื้นที่อุทยานแห่งชาติแต่ละแห่ง ดังนั้นเป็นโอกาสอันดีของคนไทยที่จะได้เที่ยวอย่างประทับใจและเอิบอิ่มใจในธรรมชาติอย่างเต็มที่ในฤดูกาลท่องเที่ยว 2554 นี้ ซึ่งยังคงมีเวลาไปจนถึงเดือนเมษายนก่อนจะเข้าสู่ฤดูมรสุม จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาท่องเที่ยวชมความสวยงามและความ หลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติของท้องทะเลในแหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามัน ซึ่งกำลังจะได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติใน อนาคตอันใกล้นี้
ที่มา : บ้านเมือง 29-01-54