กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

ครม.ไฟเขียวเคเบิลไต้น้ำใยแก้ว 2.73 พันล้าน

  • 6 ม.ค. 2557
  • 1,261
ครม.ไฟเขียวเคเบิลไต้น้ำใยแก้ว 2.73 พันล้าน

          ครม.ไฟเขียวโครงการ “เคเบิลใต้น้ำใยแก้วอ่าวไทย” ของ บมจ.กสท วงเงิน 2.73 พันล้านบาท ขณะที่ “คลัง” ติงยังไม่ศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (24 ม.ค.) มีมติเห็นชอบในหลักการให้ บมจ.กสท โทรคมนาคม ดำเนินการโครงการเคเบิลใต้น้ำใยแก้วอ่าวไทย วงเงิน 2.73 พันล้านบาท เพื่อสร้างโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำใยแก้วเส้นทางหลัก ขยายระบบสื่อสารในประเทศและเชื่อมต่อระหว่างประเทศ โดยเชื่อมสถานีเคเบิลใต้น้ำใยแก้ว 2 สถานี ระหว่างชลี 2 จ.สงขลา และชลี 3 จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นสถานีจุดขึ้นบกของโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำใยแก้วระหว่างประเทศและจุดเชื่อมโยงการสื่อสารโทรคมนาคมระหว่างภูมิภาคที่สำคัญเข้าสู่ประเทศไทย

          อย่างไรก็ตาม ครม.รับ ข้อสังเกตของกระทรวงการคลังที่เสนอให้ บมจ.กสท พิจารณาประเด็นผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ตามประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดความรอบคอบและไม่ให้เกิดผลกระทบในภายหลัง ที่ผ่านมาสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดูแล เรื่องอีไอเอรายงานว่า ข้อมูลที่ บมจ.กสท เสนอนั้นยังขาดรายละเอียดของสภาพพื้นที่และสภาพแวดล้อมบริเวณโดยรอบ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อการพิจารณาจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หากแนวทางเคเบิลใต้น้ำใยแก้วของ บทจ.กสท พาดผ่านพื้นที่อ่อนไหวทางสิ่งแวดล้อม

          นอกจากนี้ กระทรวงการคลังเสนอว่า ขณะนี้บทจ.กสท อยู่ระหว่างลงทุนและดำเนินกิจการในหลายประเภทโครงข่า ย จึงควรที่จะพิจารณาเพื่อให้มีการบริหารโครงการข่ายที่มีอยู่ทั้งหมด และควรแยกประเภทการบริการให้มีความชัดเจน ขณะเดียวกัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจแต่ละประเภท จำเป็นต้องมีการจัดทำแผนกลยุทธ์การตลาดตามแผนปฏิบัติ การของแต่ละสายธุรกิจให้ชัดเจน เพื่อให้เห็นภาพรวมการลงทุน ทิศทางและเป้าหมายที่ บมจ.กสท. กำหนดไว้

          สำหรับโครงการเคเบิลใต้น้ำใยแก้วอ่าวไทย เป็นการขยายโครงข่ายสื่อสารภายในประเทศ โดยใช้เทคโนโลยี Dense Wavelength Division Multiplex (DWDM) ที่ทันสมัย และติดตั้งอุปกรณ์ทวนสัญญาณใต้น้ำ Repeater ที่ทำหน้าที่ขยายความเข้มของแสงให้สามารถส่งสัญญาณไป ได้ระยะทางที่ไกลมาก ขึ้น สามารถให้บริการสื่อสารรองรับความจุไม่น้อยกว่า 160 Gbps สามารถรองรับการให้บริการโทรคมนาคมทุกรูปแบบ เพิ่มความมั่นคงและหลากหลายในการใช้โครงข่ายฯ

          อีกทั้งยังเป็นเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างเคเบิลใต้น้ำใยแก้ว เส้นทางหลักกับแท่นสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของผู้ใช้บ ริการในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานในอ่าวไทย สามารถรองรับบริการวงจรเช่าส่วนบุคคลความเร็วสูง สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานในอ่าวไทยที่ต้องการการ รักษาความปลอดภัยสูง ซึ่งพลังงานจากฐานการผลิตเหล่านี้ เป็นเชื้อเพลิงหลักของโรงไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและผู้ผลิตไฟฟ้าภาคเอกชน เช่น บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) เป็นต้น ซึ่งมีความสำคัญต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง