นายจำรัส กังน้อย นายอำเภอสังขละบุรีจ.กาญจนบุรี พร้อมด้วย นายนิยม กลิ่นมณฑา กำนัน ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรีเข้าสำรวจถ้ำ บริเวณหมู่ 4 บ้านจองอั่ว ต.ปรังเผลซึ่งเป็นถ้ำแห่งใหม่ที่เพิ่งค้นพบโดยพระธุดงค์รูปหนึ่ง โดยพบว่าต้องเดินเท้าจากถนนสายทองผาภูมิ-สังขละบุรี เข้าไปประมาณ 300 เมตร และจากตีนเขาขึ้นไปถึงปากถ้ำประมาณ 20 เมตรกว้าง 70 ซ.ม. สูงประมาณ 1 เมตรซึ่งต้องเดินหมอบเข้าไป 5 เมตร จากนั้นพบกับห้องโถงขนาดใหญ่และเมื่อเดินต่อไปอีกเล็กน้อยจะพบกับธารน้ำไหลและแอ่งน้ำขนาดใหญ่อยู่ภายในถ้ำดังกล่าว โดยพบว่ามีปลาหลายชนิดอาศัยอยู่ในธารน้ำจำนวนมาก
นายนิยม เปิดเผยว่า เมื่อประมาณ 2-3ปี ชาวบ้านมาเล่าให้ฟังว่ามีพระธุดงค์ไปปักกลดอยู่ในถ้ำ ดังกล่าวจึงแจ้งให้นายอำเภอทราบ เพื่อสำรวจในเบื้องต้นพบว่าภายในถ้ำมีสภาพเหมือนปล่องหรือถ้ำของพญานาคโดยในฤดูฝนจะมีน้ำตกภายในถ้ำ ขณะที่ลงไปสำรวจจะได้ยินเสียงน้ำในลำธารไหลอยู่ใต้ถ้ำอย่างชัดเจนซึ่งสภาพถ้ำยังมีความบริสุทธิ์ตามธรรมชาติ 100%
นายจำรัสกล่าวว่าทางอำเภอจะได้ประสานไปยังอุทยานแห่งชาติเขาแหลม อบต. เพื่อพัฒนาเส้นทาง ระบบไฟฟ้าปรับปรุงภูมิทัศน์ พร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวและจะผลักดันให้เป็นแห่งท่องเที่ยวอันซีนแห่งใหม่ของ อ.สังขละบุรีในเบื้องต้นจะต้องของบประมาณยุทธศาสตร์จังหวัด ด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ประมาณ2 ล้านบาท เพื่อนำมาพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่โดยรอบซึ่งคาดว่าจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเที่ยวชมได้ปลายปีนี้อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ทางอำเภอยังมีแผนงานสำรวจแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นอันซีนอีกหลายแห่งเช่น บึงมรกตหรือเกาะเจ้าแม่ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาไก่อู หมู่ 4 บ้านจองอั่ว สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 500 เมตรและยังมีโครงการสร้างเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์จากบ้านท่าดินแดง หมู่ 1ต.ปรังเผล ซึ่งเป็นจุดสู้รบในสมัยรัชกาลที่ 1 เมื่อครั้งสงคราม9 ทัพ ซึ่งรัชกาลที่ 1 ได้กทัพหลวงหนุนขึ้นมาช่วยกรมพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาถ เพื่อสู้รบกับกองทัพของพระเจ้าปะดุง ของพม่าและทรงพระราชนิพนธ์นิราศท่าดินแดงไว้ ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันที่เราสามารถค้นหาได้ในปัจจุบันซึ่ง อ.สังขละบุรี ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สวยงามที่สุดของประเทศไทย