กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

นักวิชาการชี้ปี 53 ปะการังฟอกขาววิกฤติสุด

  • 22 ต.ค. 2553
  • 1,261
นักวิชาการชี้ปี 53 ปะการังฟอกขาววิกฤติสุด

          นักวิชาการ ม.สงขลานครินทร์ ศึกษาผลปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว อ่าวไทย-อันดามัน พบวิกฤตกว่าที่คาด เร่งประสานกรมทรัพฯ ป้องกันและฟื้นฟูก่อนสายเกินแก้

          กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.) และสถาบันการศึกษาต่างๆทั่วประเทศที่มีความเชี่ยวชาญ ด้านแนวปะการัง ร่วมประชุมเพื่อสรุปสถานการณ์ปะการังฟอกขาวในปี 2553 ซึ่งถือเป็นสถานการณ์วิกฤตของแนวปะการังรุนแรงที่สุด เท่าที่ประเทศไทยเคยประสบมา และรุนแรงกว่าเหตุการณ์คลื่นสึนามิเมื่อปี 2547 โดยมี ดร. เกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นประธาน

          อ.ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง หัวหน้าโครงการสำรวจ รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพแนวปะการังและผลกระทบของการฟอกขาวที่มีต่อระบบนิเวศแนวปะการังในน่านน้ำไทย และอาจารย์ประจำสถานวิจัยความเป็นเลิศความหลากหลายทางชีววภาพแห่งคาบสมุทรไทย ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้กล่าวสรุปผลจากการประชุมว่า ถึงแม้ปะการังฟอกขาวในช่วงเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม 2553 ทำให้ปะการังยังไม่ตาย แต่ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา พบแนวปะการังหลายบริเวณทั้งอ่าวไทยและอันดามันตายลง และเสื่อมโทรมลงมากกว่าร้อยละ 70โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่มีแนวปะการังเขากวาง ส่วนใหญ่จะตายเกือบหมด ซึ่งจะส่งผลต่อระบบนิเวศแนวปะการังและกิจกรรมการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง

          ทั้งนี้พบว่า พื้นที่ที่ยังขาดความรู้ถึงสถานการณ์การตายของแนวปะการังที่ได้รับผลกระทบจากปะการังฟอกขาว เป็นพื้นที่แนวปะการังในเขตอุทยานแห่งชาติทางทะเล ทางฝั่งทะเลอันดามันเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่กำลังเริ่มจะเปิดฤดูการท่องเที่ยวในเดือนพฤศ จิกายนแล้ว แต่มาตรการการจัดการที่เหมาะสมยังไม่มีการเตรียมการแ ต่อย่างไร ดังนั้นผลจากการประชุมทางวิชาการได้เสนอให้อุทยานแห่ งชาติต่างๆทางฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย เร่งประเมินสถานการณ์ปะการังฟอกขาวในสภาวะปัจจุบัน และกำหนดมาตรการที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้แนวปะการังได้รับการฟื้นคืนสภาพทั้งโดยธ รรมชาติและการช่วยเหลือจากมนุษย์ 

          อาจารย์ศักดิ์อนันต์เพิ่มเติมว่า แนวปะการังหลายบริเวณอาจจะไม่จำเป็นต้องมีการจัดการใดๆ ปล่อยให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟูตัวเองได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องทำอะไรเลย ทุกวันนี้มีการใช้ประโยชน์อย่างมาก ดังนั้น อาจจะต้องมีการกำหนดรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่เหมาะสม การป้องกันผลกระทบจากกิจกรรมอื่นๆ เช่น ควบคุมไม่ให้มีน้ำทิ้งหรือเศษอาหารจากเรือท่องเที่ยว ที่พัก และกิจกรรมบริเวณชายฝั่งทะเลลงสู่แนวปะการัง แนวปะการังบางบริเวณอาจจะจำเป็นต้องปิด ไม่ให้มีการใช้ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวหรือกิจกรรม อื่นๆ ในขณะที่แนวปะการังบางบริเวณจะต้องได้รับการฟื้นฟูด้ วยวิธีการที่จำเพาะเหมาะสมสำหรับแต่ละบริเวณ

          นอกจากนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งยังจะต้องเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจ และความตระหนักในสถานการณ์ปะการังฟอกขาวให้เป็นที่รับทราบกันในทุกภาคส่วน เพื่อมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาปะการังฟอกขาวของประเทศ ในขณะที่ทางด้านวิชาการจะต้องเตรียมตัวศึกษาหาองค์ความรู้ และจัดการองค์ความรู้อย่างเร่งด่วน เพื่อตอบสนองต่อการแก้ไขปัญหาปะการังฟอกขาว ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี อันเนื่องมาจากปรากฏการณ์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก

อัลบั้มภาพ

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง