กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

สงครามแย่งชิงทรัพยากรอันดามันปะทุ

  • 5 ต.ค. 2553
  • 1,284

          ที่ผ่านมาแม้ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวหรือเจอปัจจัยลบรุมเร้ารอบด้านแต่พื้นที่ฝั่งอันดามันโดยเฉพาะภูเก็ต พังงา กระบี่ คลื่นการลงทุนในภาคธุรกิจท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องโดยมีการรุกคืบเข้าไปยึดครองที่ดินและใช้ทรัพยากรชาย ฝั่งทะเลเพิ่มขึ้น 

          วันนี้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่และสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรของจังหวัดภูเก็ตพังงารุนแรงขึ้นเท่าตัว ซึ่งเกิดจากฝีมือทั้งของกลุ่มทุน เจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองบางคน รวมทั้งชาวบ้าน ดร.นลินี ทองแถม นักวิชาการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน กล่าวว่า สถานการณ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม จ.ภูเก็ตแบ่งเป็นบนบกกับทางทะเล ในส่วนของฝั่งบก ภูเก็ตมีป่าสงวนแห่งชาติ 10 กว่าแห่ง ส่วนใหญ่มีปัญหาการบุกรุกพื้นที่เพื่อใช้ในการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและรองรับการขยายตัวของชุมชนโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว เช่นเดียวกับปัญหาในทะเล พื้นที่ชายฝั่งส่วนใหญ่ได้รับการบุกรุกการก่อสร้างมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ขาดทิศทางและมาตรการควบคุมจำนวนและกำหนดบริเวณที่เหมาะสม

          นอกจากนั้น การก่อสร้างบนที่สูงยังได้ส่งผลกระทบถึงทรัพยากรในทะเลด้วยโดยเฉพาะแหล่งหญ้าทะเลและปะการัง ซึ่งเกิดจากการเปิดพื้นที่หน้าดิน การก่อสร้างท่าเรือมารีน่าและท่าเรือของท้องถิ่นซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 10 แห่งรอบเกาะภูเก็ตหรือเกิดจากการบุกรุกพื้นที่แนวปะการังโดยตรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อาศัยอยู่และมีการใช้พื้นที่เหล่านี้เป็นแหล่งทำมาหากินจับสัตว์น้ำมาก่อน ซึ่งในแต่ละพื้นที่ของเกาะภูเก็ตมีความสำคัญแตกต่างกัน จึงควรแบ่งโซนการใช้ประโยชน์พื้นที่ว่าโซนไหนควรจะทำอะไรบ้างปัญหาที่ภูเก็ตคือขาดการวางแผน หรือมองพื้นที่ในภาพรวมว่าจังหวัดภูเก็ตสามารถที่จะรองรับนักท่องเที่ยวได้มากน้อยเท่าไรสิ่งก่อสร้าง น้ำกินน้ำใช้ การกำจัดขยะ ภูเก็ตสามารถรับได้เท่าไรเพราะถ้าพิจารณาแค่รายโครงการก็จะไม่มีปัญหาเลย แต่เมื่อโครงการต่างๆมาอยู่รวมกันในพื้นที่ที่มีความ จำกัดของทรัพยากร ก่อให้เกิดปัญหาอย่างที่คนภูเก็ตเจอทุกวันนี้คือ ปัญหาการจราจร น้ำท่วม น้ำโคลนไหลลงทะเล หรือขยะล้นเมือง

          นอกจากการบุกรุกทำลายทรัพยากรอย่างหนักแล้ว ยังทำให้เกิดข้อพิพาทรุนแรงระหว่าง"ชุมชนกับกลุ่มทุนท้องถิ่น กลุ่มทุนระดับชาติ และกลุ่มทุนต่างชาติ ข้อมูลจากเครือข่ายองค์กรชุมชนชายฝั่งพังงา-ภูเก็ต และองค์การความร่วมมือเพื่อการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอันดามันระบุว่ามีชุมชนหลายแห่งที่กำลังต่อสู้เรียกร้องกับกลุ่มทุนยักษ์เพื่อทวงคืนที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าชายเลนกลับคืนรัฐ และเป็นสมบัติของส่วนรวม กรณีตัวอย่างเช่น พื้นที่ อ.เกาะยาวจ.พังงา กลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ได้กว้านซื้อที่ดินตั้งแต่ ต.พรุใน ไปจนถึงต.เกาะยาวใหญ่ และนำไปออกเอกสารสิทธิทั้ง ๆ ที่ที่ดินส่วนใหญ่เป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ และมีความลาดชันเกิน 35 องศา ไม่มีเอกสารสิทธิมาก่อน จนนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดีกับข้าราชการที่เกี่ยวข้องหลายคนใน อ.เกาะยาว ที่ออกเอกสารสิทธิในทางส่อทุจริต ล่าสุดกลุ่มอนุรักษ์บ้านย่าหมี อ.เกาะยาว ออกมาปกป้องป่าสงวนแห่งชาติป่าช่องหลาดและเป็นหมู่บ้านที่ได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียวถึง 2ครั้งถูกบริษัท นาราชา จำกัด ฟ้องร้อง 17 รายหรือกรณีการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบในพื้นที่บ้านในไร่ ต.นาเตย อ.ท้ายเหมืองจ.พังงา และป่าชายเลน บ้านกู้กู ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต เราขอยืนยันว่ากระบวนการจัดการทรัพยากรที่ดิน ป่าทะเลโดยชุมชนท้องถิ่น เป็นหนทางเดียวในการพิทักษ์รักษาทรัพยากรให้ยั่งยืนได้ และจะเป็นประโยชน์โดยรวมของสังคมซึ่งสังคมไทยพัฒนาผิดพลาดมาตลอดหลายสิบปี และส่งผลกระทบเสียหายถึงฐานรากของชุมชน"นั่นคือเสียงของเครือข่ายชุมชนชายฝั่ง อันดามัน/อ่าวไทย ที่เรียกร้องสิทธิชุมชน ในการจัดการทรัพยากรให้มีผลจริงในทางปฏิบัติตามสิทธิในรัฐธรรมนูญ

          ดังนั้น หากภาครัฐและฝ่ายการเมืองยังละเลยและใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบเดิม ๆ สงครามแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำป่า ทะเล จะกลายเป็นระเบิดเวลาครั้งใหญ่ของประเทศไทย และยิ่งถูกตอกย้ำเรื่องความเหลื่อมล้ำในที่สุด

อัลบั้มภาพ

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง