เอฟดีเอรับรองความปลอดภัย ปลาแซลมอนพันธุ์ใหม่ที่เอกชนในสหรัฐฯ พัฒนาขึ้น โตเร็วกว่าแซลมอลธรรมชาติสองเท่า แต่คุณค่าทางอาหารไม่แตกต่าง เตรียมจัดประชุมสาธารณะหาข้อสรุปก่อนผลิตสู่ตลาด ด้านองค์กรไม่แสวงหากำไรคัดค้าน พร้อมเรียกร้องให้ศึกษาระดับคลินิก ทดสอบผลข้างเคียงต่อสุขภาพคนบริโภค ปลาแซลมอนดัดแปรพันธุกรรมหรือจีเอ็มโอ (GMO) ที่กำลังกล่าวถึงอยู่นี้มีชื่อทางการค้าว่า "แอดเวนเทจ แซลมอน" (AquAdvantage salmon) ที่พัฒนาขึ้นด้วยเทคนิคทางพันธุวิศวกรรมโดยอะควา เบาที เทคโนโลจีส์ อิงค์ (Aqua Bounty Technologies Inc.) มีคุณสมบัติโตเร็วเป็น 2 เท่าของปลาแซลมอนแอตแลนติกโดยทั่วไป ความสำเร็จในการพัฒนาปลาแซลมอนดังกล่าว นับว่าสำคัญอย่างยิ่งต่ออะควาเบาทีที่เป็นเพียงบริษั ทเล็กๆ แต่สามารถตอกเสาเข็มของอนาคตไว้บนเทคโนโลยีได้ และหลังจากที่เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ให้ข้อคิดเห็นต่อเรื่องนี้ในทางบวกเมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา อะควาเบาทีก็สามารถเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดแซลมอนได้เป็น 26% หลังจากให้การรับรองความปลอดภัยไปแล้ว รอยเตอร์รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (Food and Drug Administration : FDA) เตรียมจะจัดการประชุมสาธารณะเกี่ยวกับเรื่องแซลมอนดั ดแปรพันธุกรรมเป็นเวลา 3 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. นี้ ซึ่งการประชุมนี้อาจนำไปสู่การพัฒนาปลาเทราท์และปลาน ิลดัดแปรพันธุกรรมในอนาคตด้วย
เจ้าหน้าที่ของเอฟดีเอกล่าวว่าปลาแซลมอนดัดแปรพันธุก รรมนั้นปลอดภัยสำหรับการนำมาบริโภคเป็นอาหารเทียบเท่ ากับปลาแซลมอนที่จับได้จากมหาสมุทรแอตแลนติก โดยไม่มีความแตกต่างทางชีวภาพที่สำคัญในด้านวิตามิน แร่ธาตุ หรือกรดไขมันแต่อย่างใด ผู้เชี่ยวชาญจากเอฟดีเอยังระบุด้วยว่า ปลาแซลมอนที่ได้รับการพัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีชีวภาพนี ้นั้นเป็นไปไม่ได้อย่างยิ่งที่จะส่งผลกระทบใดๆที่เป็ นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม โดยข้อกังวลของนักวิเคราะห์ที่ว่า ปลาแซลมอนดัดแปรพันธุกรรมพวกนี้จะหลุดออกมาจากสถานที ่เพาะเลี้ยงและไปแพร่พันธุ์ในธรรมชาติได้นั้นมีโอกาส เกิดขึ้นได้น้อยมากๆ เพราะมีมาตรการควบคุมไว้อย่างซับซ้อน อีกทั้งปลาแซลมอนดัดแปรพันธุกรรมเหล่านี้ก็เป็นหมัน และทางบริษัทผู้ผลิตเองก็มีแผนที่จะจำหน่ายเฉพาะไข่ป ลาตัวเมียเท่านั้น ชาวประมงนำปลาแซลมอนที่จับได้มาวางขายกันสดๆที่ท่าเรือในบริติชโคลัมเบีย (ภาพจาก รอยเตอร์) อะควาเบาทีระบุว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นองค์กรด้านการประมง ของนานาชาติ และลดแรงกดดันต่อสิ่งแวดล้อมจากการทำประมงมากเกินไป
ทว่าผู้ที่ให้การสนับสนุนผู้บริโภคและผู้เชี่ยวชาญด้ านความปลอดภัยทางอาหารกังวลว่าการตัดและต่อยีนของปลา ใหม่อาจก่อให้เกิดผลตรงกันข้าม โดยอาจนำไปสู่อุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงปลาตัดต่อพันธุกรร มมากขึ้น และทำให้ปลาพวกนี้มีโอกาสหลุดออกไปสู่ธรรมชาติได้สูง ขึ้น ผลข้างเคียงจากการบริโภคปลาจีเอ็มนั้นก็ยังไม่มีใครล ่วงรู้ ส่วนที่บอกว่าปลอดภัยนั้นก็มาจากข้อมูลเพียงน้อยนิด
ที่จริงแล้วเอฟดีเอทึกทักเอาว่าปลานี้ปลอดภัยที่จะบริโภค" ข้อคิดเห็นจากเจย์ดี แฮนสัน (Jaydee Hanson) นักวิเคราะห์นโยบาย ศูนย์ความปลอดภัยทางอาหาร (Center for Food Safety) ซึ่งเขายังบอกอีกว่า การทดสอบของบริษัทที่ผลิตปลาแซลมอนนี้ขึ้นมานั้นเป็น เพียงส่วนหนึ่งของตัวอย่างที่เล็กที่สุดของงานวิจัยด ้านการประมงที่เขาเคยเห็นมาแล้ว เช่น วิเคราะห์โอกาสทำให้เกิดอาการแพ้จากตัวอย่างปลาเพียง แค่ 6 ตัว แฮนสันบอกว่าทางบริษัทควรจะศึกษาในปลาจำนวนมากกว่านี้ และควรทำการทดลองระดับคลินิกด้วยเพื่อทดสอบการเกิดผล กระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภค โดยแฮนสันจะไปร่วมพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่ค้านกับการเห ็นชอบจากเอฟดีเอในการ ประชุมสาธารณะที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้