พิษการเมือง! เสนอ "ภูพระบาท" เป็นมรดกโลกช้าไปอีกปี ขณะที่กรมศิลป์เลือกเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ส่วนมรดกทางธรรมชาติเก็บไว้ก่อน กลัวทำให้เกิดความยุ่งยาก ลุ้นปี 54 เสนอต่อได้...นางธาดา สังข์ทอง หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ชี้แจงความคืบหน้าการเสนอให้ "อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท" ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกว่า กรมศิลปากรมีแผนที่จะขอขึ้นทะเบียน "ภูพระบาท" เป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 2544 จากนั้นได้เก็บข้อมูลเบื้องต้นส่งไปให้องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ตั้งแต่ปี 2547 และได้รับการพิจารณาตอบรับ ให้ส่งแผนงานบริหารจัดการให้คณะกรรมการพิจารณา ที่ผ่านมามีความล่าช้าไปมากพอสมควร
หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท กล่าวอีกว่า ในชั้นแรกมีแนวคิดจะเสนอให้ "ภูพระบาท" เป็นมรดกโลกทั้งทางธรรมชาติ และทางวัฒนธรรม แต่เพราะเกรงว่าหากเสนอเข้าไปทั้ง 2 ประเภท อาจจะทำให้เกิดความยุ่งยาก จึงตัดสินใจเสนอประเภทเดียว คือ เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมส่วนมรดกโลกทางธรรมชาติ จะเสนอให้พิจารณาภายหลัง และมอบหมายให้สมาคมอีโคโมสไทย เป็นผู้เข้ามาจัดทำเอกสารแผนบริหารจัดการ สมาคมอีโคโมสไทยกำลังทำข้อมูลเสนอ มีความสำคัญข้อ 3-4-5-6 และเข้าทำการเก็บข้อมูลในพื้นที่แล้ว เมื่อปลายปีติดต่อมาถึงต้นปีนี้ โดยเฉพาะในเรื่องของความต้องการคนในพื้นที่ และการมีส่วนร่วมของประชาชน หรือผู้มีส่วนได้เสีย จากนั้นก็มีแผนจะเข้ามาเก็บข้อมูลอีกครั้ง จะเป็นประเด็นภาพรวมของจังหวัด ด้วยการจัดประชุมระดมความเห็น เพื่อกลับไปทำเอกสารในฉบับภาษาไทย ก่อนนำไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อเสนอให้ทันการพิจารณาในปี 2554
ทั้งนี้ การเสนอให้อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เกิดขึ้นในสมัย ศ.อดุลย์ วิเชียรเจริญ กรรมการมรดกโลกประจำประเทศไทย และเมื่อยูเนสโกตอบรับให้เสนอแผนบริหาร นายปองพล อดิเรกสาร เข้ามารับหน้าที่แทน ซึ่งนายปองพล ก็เดินทางมาดูสถานที่จริงด้วยตนเอง และคาดว่าจะเสนอแผนในปี 52 หรือไม่เกินปี 53 แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงอีก ประกอบกับปัญหาความขัดแย้งกรณี "เขาพระวิหาร" ทำให้เกิดความล่าช้า