นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ผู้ฟ้องคดีมาบตาพุด เปิดเผยว่า คำตัดสินศาลปกครองสูงสุดถือว่าค่อนข้างน่าพอใจ และนับเป็นชัยชนะรอบที่ 2 ของคนในพื้นที่
หลังจากนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะหน่วยงานที่ต้องออกระเบียบและกฎหมายรองรับ และในส่วนเอกชนที่ต้องเร่งประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ ต้องเร่งดำเนินการเพื่อนำมายื่นกับศาลประกอบการพิจารณาต่อไป
สำหรับ 11 โครงการไม่ต้องรอให้มีองค์กรอิสระขึ้นมาศึกษาตามรัฐธรรมนูญกำหนด แต่โครงการ 65 แห่งที่เหลือต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2 เพราะศาลชี้ว่าอยู่ในลักษณะก่อ มลภาวะรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และต้องยุติโครงการลงทันที ทางสมาคมจะมีหนังสือเร่งรัดให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมกับพวก 8 คนรีบปฏิบัติตามคำสั่งศาล
ขณะที่คณะกรรมการ 4 ฝ่ายต้องศึกษาหลักเกณฑ์หรือกำหนดกรอบองค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพตามรัฐธรรมนูญ 67 กำหนดทันที ซึ่งน่าจะทำได้ภายใน 1 เดือน
นายศรีสุวรรณ กล่าวด้วยว่า ผลจากคดีนี้ต่อไปนี้ไม่ว่าจะเป็นโครงการในมาบตาพุดหรือเป็นพื้นที่ใดในประเทศไทย หากส่งผลกระทบรุนแรงกับชาวบ้าน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หน่วยงานของรัฐจะต้องยึดถือตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2
นอกจากนี้ จากผลการตัดสินเห็นว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาชุดที่ 1 และชุดที่ 5 ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อคำวินิจฉัยของตนเองที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ประกอบการทั้ง 65 โครงการ
นายสุทธิ อัชาสัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก กล่าวว่า หลังจากนี้กรรมการ 4 ชุดของนายอานันท์ ปันยารชุน ต้องไปทำหน้าที่ออกแบบตามแนวทางรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2 เรื่องการรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม การประเมินผลกระทบทางสุขภาพ รับฟังความคิดเห็นให้เป็นที่ยอมรับ คำพิพากษาถือเป็นบทเรียน เป็นอุทาหรณ์ของภาครัฐว่าจะทำอะไรต้องยึดกฎหมายเป็นหลัก นึกถึงการมีส่วนร่วม และสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่รัฐธรรมนูญให้การคุ้มครอง
ด้านนายน้อย ใจช่าง อายุ 70 ปี ชาวบ้าน ต.มาบตาพุด จ.ระยอง ซึ่งมีญาติ แม่ แม่ยาย น้องสาว หลานสาว และลูกเขย 2 คน รวม 6 คน ที่เสียชีวิตไปด้วยโรคมะเร็ง รวมทั้งนางจวน ใจช่าง ภรรยาวัย 67 ปี ที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งที่เบ้าตา กล่าวด้วยความซาบซึ้งใจทั้งน้ำตาว่า หากบอกกับญาติที่ตายไปแล้วได้ก็จะบอกว่า ขณะนี้สามารถชะลอบางโครงการได้แล้ว ที่ผ่านมาไม่ได้เรียกร้องให้ยกเลิกโครงการทั้งหมด แค่ขอให้มีระบบจัดการที่ดีขึ้นเพื่อให้อุตสาหกรรมอยู่กับประชาชนได้
“ถ้าบอกได้ ลุงจะบอกกับญาติที่ตายไปแล้วว่า ลุงน้อยได้ทำหน้าที่ที่ดีที่สุดแล้ว ตอนนี้ศาลก็สั่งชะลอไปบางโครงการแล้ว เราก็ดีใจได้ส่วนหนึ่ง แต่อนาคตเรายังไม่แน่ใจว่าจะมีอะไรมากระทบกับชาวระยองอีก” ลุงน้อยกล่าวทั้งน้ำตา
ทั้งนี้ นายน้อยเคยประท้วงโครงการนิคมอุตสาหกรรมที่ทำให้ครอบครัวต้องป่วยเป็นโรคร้าย ด้วยการเดินเท้าจาก จ.ระยอง เข้ามากรุงเทพฯ ก่อนหน้านี้