เนตรทิพย์ เหลือบไปเห็นสำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวเล็กๆ ของเพื่อนบ้านสิงคโปร์ ที่ประกาศว่าหลุดพ้นภาวะเศรษฐกิจถดถอยแล้ว หลังเศรษฐกิจขยายตัวติดต่อกันมา 2 ไตรมาส โดยไตรมาส 3 ขยายตัว 14.2% ขณะไตรมาสก่อนหน้าก็ขยายตัว 21.7%
ส่วนพี่ไทยเรานั้น วันก่อนคณะเศรษฐศาสตร์ มธ.ยังจัดสัมมนา "เศรษฐกิจไทยอยู่อย่างไรในอนาคต" กันอยู่เลยครับ เพราะไม่รู้จะฝ่าวิกฤติเสื้อแดง-เสื้อเหลืองกันไปได้อย่างไร จะเปิดเสรีอาเซียนกันแกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้า นักธุรกิจหอการค้าทั่วไทยยังไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรกันเลย
กับเรื่องที่จั่วหัวไว้ซึ่งผมไปอ่านเจอในนิตยสารออกแนววัยรุ่นฉบับหนึ่ง U-Challenge ฉบับเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งได้ถ่ายทอดเรื่องราวแผ่นดินไทยที่กำลังจะกลายเป็นประวัติศาสตร์เอาไว้ เห็นว่าน่าสนใจเข้ากับบรรยากาศการกู้ชาติกันดีก็เลยขออนุญาตนำมาถ่ายทอดต่อให้พวกเราได้ช่วยกันขบคิดหาทางแก้ไขด้วยอีกทาง
ขณะที่คนไทยกลุ่มหนึ่งพากันจุดกระแสรักชาติปลุกกระแสผู้คนรุกทวงคืนแผ่นดิน 4.6 ตารางกิโลเมตรบนพื้นที่ทับซ้อนปราสาทพระวิหารอย่างเอาเป็นเอาตาย จุดชนวนความขัดแย้งกับคนในพื้นที่และผู้คนในสังคมจนบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาเพื่อนบ้านที่แทบมองหน้ากันไม่ติดไปแล้ว
จะมีสักกี่คนหวนกลับมามองประเทศไทยเราบ้างว่า ทุกวันนี้แผ่นดินไทยกำลังถูกธรรมชาติรุกกลืนกินหายไปปีละกี่มากน้อย ไม่นับผืนป่าธรรมชาติที่ถูกนายทุนบุกรุกยึดครองนับหมื่นนับแสนไร่ เพราะกรณีหลังนี้ยังพอมีหนทางแก้ไข หากรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเอาจริงเอาจริงเอาจังกับการบังคับใช้กฎหมาย
ผืนแผ่นดินที่ถูกธรรมชาติกลืนกินจนหดหายไปจากแผนที่ชั่วนิรันดร์นั้นก็คือ ผืนแผ่นดินชายฝั่งทะเลบางขุนเทียนครับ!
นัยว่าน้ำทะเลที่กัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียนวันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า นับแต่อดีตนั้นวันนี้ได้ทำให้ผืนแผ่นดินที่เคยเป็นที่ตั้งเขตบางขุนเทียนเนื้อที่กว่า 155.43 ตร.กิโลเมตร จมหายกลายเป็นท้องทะเลเวิ้งว้างสุดลูกตาไปแล้ว จนวันนี้เหลือพื้นที่อยู่แค่ 120.68 ตร.กิโลเมตรเท่านั้น
ทิ้งไว้เพียงหลักเขต กทม. กลางทะเลที่บ่งบอกว่าพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นผืนแผ่นดินมาก่อน!
ไม่แต่ทะเลบางขุนเทียนเท่านั้น ข้อมูลดาวเทียมที่สำรวจการกัดเซาะชายฝั่งทะเลตลอดแนว 5 จังหวัด อันได้แก่ จ.ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาครและกรุงเทพมหานครตลอดระยะทาง 106.5 กิโลเมตร พบว่าในระยะ 20 ปีเศษมานี้ชายฝั่งทะเลแถบนี้ถูกกัดเซาะเฉลี่ยปีละ 45.85 ไร่ ขณะที่ผลการสำรวจของกรมทรัพยากรธรณีพบว่าพื้นที่ชายฝั่งอ่าวไทยแถบนี้ถูกกัดเซาะกินเนื้อที่กว่า 13,700 ไร่แล้วครับ
มากกว่าพื้นที่ทับซ้อนบริเวณปราสาทพระวิหารหลายร้อยหลายพันเท่าครับ! แม้ กทม. จะรู้สาแก่ใจดีว่าทุกวันนี้แผ่นดินทะเลบางขุนเทียนกำลังถูกธรรมชาติรุกคืบกลืนกินไปทีละเล็กทีละน้อย แต่หนทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรมจนวันนี้ก็ยัง "อืดเป็นเรือเกลือ" อยู่ครับ โครงการแก้ไขปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งที่ กทม. ร่วมกับสถาบันนวัตกรรมแห่งชาติที่จะสร้างเขื่อนเอาขี้เถ้าผสมพลาสติกอัดเป็นแท่งสามเหลี่ยม (ซีออส) อะไรนั่น จนป่านนี้ก็ยังลูกผีลูกคนอยู่เลยครับ ไม่รู้จะดีเดย์ได้หรือเปล่าชาตินี้ แม้แต่งบฉุกเฉิน 10 ล้านบาท ที่จะจัดสรรลงไปแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ก็ยังยักแย่ยักยันกันอยู่เลย! ระหว่างวิกฤติทะเลบางขุนเทียนแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำผืนใหญ่กับพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม. ที่ไม่รู้กอบกู้มาได้แล้วจะปลูกผักปลูกหญ้าอะไรได้บ้างนั้น ผมถามทีเหอะ เราสมควรจะกอบกู้ผืนดินผืนไหนก่อนดีครับ!!!
เนตรทิพย์ natethip@thairath.co.th