คงไม่มีใครคาดเดาได้ว่า ค.ศ. 2012 โลกจะถึงกาลวิบัติ ภูเขาไฟระเบิด เกิดน้ำท่วมโลก อย่างคำทำนาย และนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์หรือไม่….??
แต่สิ่งที่ฟันธงได้ก็คือ สภาวะโลกร้อนที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ น้ำแข็งขั้วโลกละลาย พื้นดินที่มีระดับต่ำ
จะถูกน้ำท่วมกินพื้นที่ขึ้นไปเรื่อย ๆ
ซึ่งมีผลการวิเคราะห์ออกมาว่า พื้นที่บางส่วนของกรุงเทพฯ และสมุทรปราการจะถูกน้ำทะเลกัดเซาะและหายไปจากแผนที่
ปากแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณบ้านแหลมสิงห์ จ.สมุทรปราการ เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่คาดว่าจะถูกน้ำทะเลรุกเข้ามาจนพื้นดินหายไป โดยในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา พื้นดินบริเวณนี้หายไปนับสิบกิโลเมตร
ขณะเดียวกัน พื้นที่ป่าชายเลนซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารของสัตว์น้ำก็ถูกคลื่นซัดจนแทบไม่เหลือให้เห็น ส่งผลให้ระบบนิเวศ บริเวณนี้ไม่สมบูรณ์เหมือนในอดีต
ชาวบ้านแก้ไขปัญหาด้วยการนำไม้ไผ่มาปักเป็นแนวเพื่อซับแรงคลื่นก่อนที่จะกระทบฝั่ง แต่ก็ไม่สามารถต้านทานความแรงของคลื่นได้ ในบางจุดถึงแม้จะช่วยได้แต่ก็เพียงเล็กน้อย เพราะไม้ไผ่มีอายุการใช้งานสั้น ไม่นานก็หักพัง
การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) จึงมีโครงการก่อสร้าง “เขื่อนดักตะกอน” เพื่อป้องกันการกัดเซาะของน้ำทะเล รวมไปถึงกู้พื้นดินคืนมา โดยได้หยิบเอาภูมิปัญญาชาวบ้านมาต่อยอด โดยการใช้เสาไฟฟ้าหักและไม่สามารถใช้งานได้ มาปักเป็นแนวแทนไม้ไผ่
และใช้ยางรถยนต์เก่าสวมเข้ากับเสาไฟฟ้า โดยเริ่มโครงการมาแล้ว 4 ปี
จากผลการศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในระยะแรกตั้งแต่เดือน ต.ค. พ.ศ. 2548 จนถึงปี พ.ศ. 2551 พบว่า เขื่อนมีประสิทธิภาพลดทอนความแรงของคลื่นได้สูงสุดถึง 80% ดินโคลนจะถูกซัดขึ้นมาค้างกลายเป็นตะกอนอยู่หลังเสาไฟฟ้า ซึ่งจะกลายเป็นพื้นดินต่อไปในอนาคต สูงขึ้นจากเดิมถึง 60 ซม. แต่ด้วยความที่แต่ละเดือนจะมีคลื่นลมที่แตกต่างกัน ส่งผลให้ตะกอนที่เคยหนาถึง 60 ซม. ถูกน้ำซัดออกไปเล็กน้อย
การไฟฟ้าได้ทดลองปลูกต้นโกงกางในพื้นดินที่งอกขึ้นมา แต่ได้ผลไม่เป็นที่น่าพอใจนัก เพราะคลื่นลมแรง มีน้ำสูงในเวลากลางวันนานและน้ำขุ่นข้น ทำให้รากต้นโกงกางไม่สามารถเกาะยึดกับดินเลน และไม่สามารถสังเคราะห์แสง รากและโคนต้น ไม่สามารถแลกเปลี่ยนอากาศได้ ทำให้ต้นโกงกางตาย
ยกเว้นบางจุดที่อยู่ในบริเวณชายป่า และมีแนวต้นแสมป้องกันอีกชั้น ซึ่งจะไม่ได้รับแรงปะทะของคลื่นรุนแรง ทำให้มีการตกตะกอนเสริมผิวดินตามแนวชายหาดเพิ่มขึ้น
กฟน. ได้มีการวิเคราะห์วิจัยและปรับปรุง เพื่อหาวิธีการที่ดีที่สุด ทั้งในเรื่องระยะห่างระหว่างชายหาดกับแนวเสาไฟฟ้า
ระยะห่างระหว่างเสาไฟฟ้าแต่ละต้น วิธีการปักเสาไฟฟ้า เป้าหมายเพื่อให้เขื่อนดักตะกอนเกิดประสิทธิภาพสูงสุดตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา
ล่าสุดได้มีโครงการศึกษาประสิทธิภาพของเขื่อนดักตะกอนและการเจริญเติบโตของพันธุ์ไม้ป่าชายเลน ระยะที่ 2 ซึ่งศึกษาในช่วงเดือน ต.ค.ถึงสิ้นปีนี้
โดยจะมีการวิจัยเพื่อดูอัตราการตกตะกอนของดินเลน ความเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชายฝั่งทะเลหลังเขื่อน ประสิทธิภาพของเขื่อน และปัจจัยทางภาพอื่น ๆ เช่น กระแสน้ำ คลื่นลม สภาพภูมิอากาศ อัตราน้ำไหลว่ามีผลอย่างไรต่อการตกตะกอน การกัดเซาะและการเจริญเติบโตของต้นไม้ชายเลน
โดยจะสามารถทราบถึงระดับตะกอนที่เพิ่มขึ้นเป็นรายเดือน ซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญว่าเขื่อนมีประสิทธิภาพในการดักตะกอนดีเพียงใด อัตราการรอดตายของต้นไม้ชายเลน และนำข้อมูลทั้งหมดมาหาปัจจัยแวดล้อม เพื่อช่วยส่งเสริมการตกตะกอนหลังเขื่อน และอัตรารอดของต้นไม้ชายเลนในอนาคต
อาจจะมีอีกหลายหน่วยงานที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ ด้วยวิธีที่แตกต่างกันไป ซึ่งหากทุกคน ทุกหน่วยงาน ร่วมไม้ร่วมมือกัน น้ำท่วมโลก 2012 คงเป็นเพียงเหตุการณ์สมมุติในภาพยนตร์เท่านั้น...!!.
นภาพร พานิชชาติ y__38@dailynews.co.th