นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม.เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะผู้บริหาร กทม.ว่า ได้รายงานที่ประชุมให้ทราบถึงมติ ครม.เมื่อ 20 ต.ค.52 ที่มีมติเห็นชอบกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามโครงการ "แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง2555" ของรัฐบาล ซึ่ง กทม.ได้รับความเห็นชอบใน 4 โครงการหลัก รวม 2,447 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น
1.โครงการเพิ่มความปลอดภัย แก้ปัญหาจราจร ส่งเสริมการท่องเที่ยวของ กทม. (ติดกล้องวงจรปิดหรือ CCTV ถนนสายใน-พื้นที่เขตชั้นใน 6 เขต) ได้งบฯ 500 ล้านบาท
2.ปรับปรุงโรงเรียนให้เป็นมาตรฐานงบฯ 567 ล้าน
3.โครงการพัฒนา กทม.งบฯ 600 ล้าน แบ่งเป็นปรับปรุงภูมิทัศน์ถนน ตรอก ซอย สิ่งก่อสร้างและสาธารณประโยชน์ 500 ล้าน และแผนฟื้นฟูพัฒนาเส้นทางเดินเรือฝั่งธนฯท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ 100 ล้าน
4.อนุรักษ์พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว งบฯ 780 ล้านบาท แบ่งเป็นป้องกันและแก้ปัญหาน้ำกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน 380 ล้าน อีก 400 ล้านใช้ปรับปรุงภูมิทัศน์เมือง อาทิ รอบอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินฯ รอบสนามหลวง เพิ่มพื้นที่สีเขียวและซื้อรถกระเช้าตัดกิ่งไม้
รองผู้ว่าฯ กล่าวว่า หลังจากนี้ยังต้องรอขั้นตอนให้รัฐบาลนำเสนอมติครม.ต่อที่ประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาอนุมัติในช่วงเดือน ธ.ค.นี้ และระหว่างนั้น กทม.โดยสำนักงบฯจะต้องทำบันทึกข้อมูล
รายละเอียดโครงการพร้อมแผนใช้จ่ายส่งสำนักงบประมาณ สำนักนายกฯ เห็นชอบก่อนเสนอสภา และเมื่อรัฐสภาเห็นชอบคาดว่ารัฐบาลจะจัดสรรงบฯ ให้กทม.ได้ภายใน ม.ค.53
อย่างไรก็ตาม รองผู้ว่าฯ กังวลใจเกี่ยวกับข้อกำหนดตามมติ ครม.ครั้งนี้ที่ระบุให้หน่วยงานที่ได้รับงบฯ ต้องดำเนินการตามขั้นตอนพัสดุ โดยต้องเริ่มสรรหาผู้รับเหมาผ่านการประมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ก่อหนี้ได้หลังจากได้รับจัดสรรงบฯ แล้วภายใน 15 วัน ส่วนการประมูลกำหนดให้อยู่ในกรอบ 28 วันจากเดิม 85 วัน และต้องเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายใน ก.ย.53 ซึ่งถือว่าค่อนข้างเร่งรีบ ที่ประชุมจึงกำชับทุกหน่วยงานให้ดำเนินการอย่างรอบคอบที่สุด
นอกจากนี้ รองผู้ว่าฯ ยังกล่าวยอมรับว่า อาจมีบางโครงการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ทัน เนื่องจากยังติดปัญหาและยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน เช่น โครงการสร้างเขื่อนสลายกำลังคลื่นป้องกันน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งบางขุนเทียน หรือการจัดซื้อกล้องวงจรปิด เนื่องจากมีปัญหาร้องเรียนการจัดซื้อผ่านระบบอีออกชั่น ทำให้เพิ่งได้รับมอบกล้องซีซีทีวี 3,000 กว่าตัว มูลค่า 600 ล้าน จากโครงการสมัยอดีตผู้ว่าฯ สมัคร สุนทรเวชเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา