กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ขอให้ข้อมูลประกอบกรณีไกด์ดำน้ำที่เกาะเฮ จังหวัดภูเก็ต ใช้เศษปะการังที่มีปะการังอ่อนขึ้นเกาะอยู่ ทุบหอยเม่นจนแตกเพื่อล่อให้ปลามากิน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูป ณ เกาะเฮ จังหวัดภูเก็ต
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2560 เฟสบุ๊คของ Thon Thamrongnawasawat ได้เผยแพร่ข้อความกรณีที่เกิดเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2560 เวลา 11:15 – 11:23 น. ไกด์ดำน้ำที่เกาะเฮ จังหวัดภูเก็ต ใช้เศษปะการังที่มีปะการังอ่อนขึ้นเกาะอยู่ ทุบหอยเม่นจนแตกเพื่อล่อให้ปลามากิน จะได้ให้นักท่องเที่ยวชาวจีนได้เข้าไปถ่ายรูป นอกจากนี้ไกด์ยังไม่ดูแลปล่อยปละละเลยให้นักท่องเที่ยวเตะตีนกบทำให้ปะการังแตกหักเสียหาย และให้นักท่องเที่ยวสวมใส่ BCD (เสื้อชูชีพ) ที่มีสภาพเก่ามาก ไม่น่าจะอยู่ในมาตรฐานความปลอดภัย
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้มอบหมายให้หน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน (ศวทม.) และสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่6 (สบทช.6) ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ปรากฏดังนี้
1. เกาะเฮเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากมีหาดทรายขาวสะอาดและมีแนวปะการังอยู่ล้อมรอบเกาะ มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศจำนวนนับพันคนในแต่ละวัน
2. พื้นที่ทะเลรอบเกาะเฮเป็นที่รักษาพืชพันธุ์สัตว์น้ำ เป็นพื้นที่คุ้มครองที่จัดตั้งขึ้นภายใต้พระราชบัญญัติการประมง ๒๔๙๐ ซึ่งมีสาระสำคัญห้ามบุคคลใดๆ ทำการประมง เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ปลูกสิ่งก่อสร้าง เทระบายของเสียมีพิษ ลงทะเล เป็นต้น
3. หอยเม่น (sea urchin) เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอยู่ในวงศ์เดียวกับพวกปลิงทะเล ปลาดาว หอยเม่นพบอยู่ทั่วไปในแนวปะการัง มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศแนวปะการัง กล่าวคือเป็นสัตว์ที่หากินโดยการครูดไถสาหร่ายตะไคร่ที่ขึ้นบนซากปะการังเป็นอาหาร จึงเป็นการลดปริมาณสาหร่ายตะไคร่มิให้มีมากเกินไป เป็นการเปิดพื้นที่ว่างบนผิวซากปะการังให้ตัวอ่อนปะการังได้ลงยึดเกาะเพื่อเจริญเติบโต และเกิดการฟื้นตัวของแนวปะการังขึ้นได้ตามธรรมชาติ แต่ในกรณีที่แนวปะการังมีปริมาณหอยเม่นมากเกินไป จนเกินสมดุลธรรมชาติ ซากปะการังจะสึกกร่อนกลายเป็นผงทราย ทำให้แนวปะการังนั้นขาดพื้นแข็งสำหรับการลงยึดเกาะของตัวอ่อนปะการัง การฟื้นตัวของแนวปะการังจะเกิดขึ้นได้ยาก
4. หอยเม่นมีหนามแหลมคมไว้ป้องกันตัวเอง ปกติแล้ว หอยเม่นมีศัตรูที่เป็นผู้ล่า คือปลาประเภทที่มีฟันเป็นแผ่นหนาแข็งแรง เช่น ปลาวัว ซึ่งสามารถกัดกินหอยเม่นได้ตามธรรมชาติ สำหรับในกรณีที่หอยเม่นโดนทุบแตก ปลาที่มักจะกรูเข้ามากินอวัยวะเครื่องในคือปลาเขียวพระอินทร์ (ดังในภาพที่ปรากฏในข่าว)
สบทช.6 ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบเรื่องร้องเรียน ได้พบตัวผู้กระทำผิดแล้ว เป็นพนักงานของ บริษัทนำเที่ยว “นนทศักดิ์มารีน” เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นการกระทำของเขาเอง เมื่อพิจารณาตามกฎหมาย พบว่าในส่วนของการทำอันตรายต่อหอยเม่นนั้น ไม่ผิดกฎหมายเนื่องจากหอยเม่นมิได้เป็นสัตว์คุ้มครอง และผู้ทุบหอยเม่นมิได้นำหอยเม่นมาครอบครอง จึงไม่ได้เป็นการละเมิดกฎระเบียบของที่รักษาพืชพันธุ์สัตว์น้ำ อย่างไรก็ตาม การใช้ปะการังซึ่งเป็นสัตว์คุ้มครองตาม พรบ. สงวนคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ไปทุบทำลายหอยเม่นนั้น เป็นการกระทำที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อปะการังนั้นด้วย จึงถือเป็นความผิด เจ้าหน้าที่จึงบันทึกรวบรวมหลักฐานและรวบรวมข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบแห่งความผิด และนำคดีส่งพนักงานสอบสวน และจะเร่งรัดให้มีการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
ความเห็นเพิ่มเติม เกาะเฮได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวมานาน และมีแนวโน้มว่าผลกระทบจะรุนแรงมากขึ้น จนถึงขั้นวิกฤต ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้มีแผนดำเนินการที่จะคุ้มครองทรัพยากรแนวปะการังบริเวณเกาะเฮ โดยใช้ ม.22 แห่ง พระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 ใช้มาตรการควบคุมการท่องเที่ยวดำน้ำ โดยกำหนดวิธีการประกอบการธุรกิจดำน้ำมิให้เกิดผลระทบกับทรัพยากรแนวปะการังต่อไป