กรณีวันที่ 20 มีนาคม 2560 เฟสบุ๊คของสื่ออาสา ฅนค้นข่าว ได้เผยแพร่คลิปวีดีโอกรณีฉลามวาฬ ว่ายน้ำเล่นกับนักท่องเที่ยวที่เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีนักท่องเที่ยวกระโดดน้ำ และว่ายน้ำรอบ ๆ ตัวฉลามวาฬ นั้น กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ตรวจสอบและขอให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องดังนี้
1) ฉลามวาฬถูกจัดให้มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้เสนอให้ฉลามวาฬถูกยกระดับเป็นสัตว์สงวนชนิดใหม่ ลำดับที่ 18 ของไทย ตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535
2) กรมได้มอบหมายให้หน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง ตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวกับเครือข่ายในพื้นที่พบว่ามีเหตุการณ์ดังที่ปรากฎในคลิปจริง ทั้งนี้ ในช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี มีรายงานการพบฉลามวาฬได้ในพื้นที่เกาะชายฝั่งของจังหวัดชุมพร และสุราษฏร์ธานี เช่น เกาะเวียง และหมู่เกาะง่าม จังหวัดชุมพร เกาะเต่าและพื้นที่ใกล้เคียง โดยในช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีการพบเห็นฉลามวาฬบริเวณเกาะเต่าได้บ่อย ๆ โดยจุดที่พบฉลามวาฬบ่อย คือจุดดำน้ำหินขาว จุดดำน้ำพีวี และจุดดำน้ำสันตะกูด ซึ่งเป็นจุดที่มีการนำเรือรบมาจมลงเมื่อ 3 ปีก่อน ระหว่างเกาะเต่ากับเกาะนางยวน ซึ่งปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวนิยมมาดำน้ำบริเวณนี้เป็นจำนวนมาก
3) โดยปกติฉลามวาฬไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าว แต่การกระทำลักษณะดังกล่าวของนักท่องเที่ยวเป็นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากเป็นการรบกวนความเป็นอยู่ในธรรมชาติของฉลามวาฬ และเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเอง นักท่องเที่ยวไม่ควรเข้าใกล้หรือสัมผัสตัวฉลามวาฬ เพราะอาจทำให้มันตกใจจนทำอันตรายกับนักดำน้ำได้
4) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้มอบหมายให้สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 เข้าพื้นที่เพื่อให้คำแนะนำข้อควรปฏิบัติในการชมวาฬอย่างถูกวิธีต่อเรือนำเที่ยว ในพื้นที่เกาะเต่า จังหวัดสุราษฏร์ธานี และเกาะเวียง เกาะง่าม จังหวัดชุมพร รวมทั้งติดตามตรวจสอบสืบหามัคคุเทศก์หรือบริษัทที่พานักท่องเที่ยวไปทำกิจกรรมดังกล่าว เพื่อตักเตือนและป้องปรามไม่ให้กระทำการที่เป็นอันตรายต่อฉลามวาฬซึ่งเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ และร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเป็นหลักฐานต่อไป
5) ภัยคุกคามในปัจจุบันของฉลามวาฬนั้นเกิดจากหลายสาเหตุ อาทิ การติดเครื่องมือประมงโดยบังเอิญ การได้รับบาดเจ็บจากการชนกับเรือหรือใบพัดเรือ และการถูกรบกวนจากนักท่องเที่ยวที่ขาดจิตสำนึกหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งจากคลิปวีดีโอดังกล่าวถือว่าเป็นภัยคุกคามที่เกิดจากนักท่องเที่ยว ซึ่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยศูนย์สารสนเทศได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับข้อควรปฏิบัติเมื่อพบสัตว์ทะเลหายากผ่านทางเว็ปไซต์ของกรม เช่น
5.1) ข้อควรปฏิบัติในการชมโลมาและวาฬ
5.2) ข้อปฏิบัติที่ดีเมื่อพบสัตว์ทะเลหายาก
5.3) ภัยคุกคามและการติดตามสัตว์ทะเลหายาก เป็นต้น สามารถสืบค้นได้จาก www.dmcr.go.th
ทั้งนี้ การเสนอให้ฉลามวาฬเป็นสัตว์สงวนชนิดใหม่ ลำดับที่ 18 ของไทย ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 จะช่วยยกระดับความสำคัญของฉลามวาฬ และทำให้เกิดมาตรการต่างๆ ในการดูแลและช่วยเหลือฉลามวาฬ ได้มากขึ้น ขณะนี้ขั้นตอนอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อออกประกาศในพระราชกฤษฎีกา