อาลัย"สึนามิ"เปิดสภาเตือนภัยฯให้รับมือทันท่วงที
(หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ 27 ธ.ค.52)
อาลัยคลื่นยักษ์มหาวิปโยค "5ปีสึนามิถล่มไทย" จัดพิธีไว้อาลัยอย่างยิ่งใหญ่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า บางคนถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ จำได้ติดตากับภาพความโหดร้าย “มาร์ค” ขอให้ทุกฝ่ายรณรงค์ ปลูกฝังความสำนึกในการรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุดไม่ประมาทพิบัติภัยต่าง ๆ ขณะที่ได้ฤกษ์เปิดสำนักงานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแ ห่งชาติอย่างเป็นทางการแล้ว หวังให้ประชาชนได้รับมืออย่างทันท่วงที
เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จไปทรงบำเพ็ญกุศลอุทิศประทานคุณพุ่ม เจนเซ่น ครบ 5 ปี ณ พระอุโบสถวัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพฯ ที่ประสบภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิ ใน 6 จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันของประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2547 จนทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สินของผู้คนทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติกว่า 5,300 คน
ที่ลานอเนกประสงค์ สวนสัตว์ดุสิต นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันป้องกันอุบัติเหตุแห่งชาติ ประจำปี 2552 พร้อมกับกล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2547 ได้เกิดโศกนาฏกรรมภัยพิบัติภัยสึนามิครั้งใหญ่ในหลาย ประเทศ รวมทั้งใน 6 จังหวัดภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทย และที่น่าเศร้าโศกเสียใจอย่างยิ่ง คุณพุ่ม เจนเซ่น ประสบภัยในครั้งนี้ด้วย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลไทยได้กำหนดให้วันที่ 26 ธ.ค.ทุกปี เป็นวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ เพื่อกระตุ้นเตือนให้ประชาชนตระหนักถึงผลกระทบร้ายแร งจากภัยพิบัติ ทั้งภัยจากธรรมชาติและภัยที่มนุษย์ก่อให้เกิดขึ้น รวมทั้งร่วมกันป้องกันและ เตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับภัยพิบัติและอุบัติภัยต่าง ๆ อีกทั้งเพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันรณรงค์ปลูกฝังความสำนึ กในการรักษาความปลอดภัยสูงสุด และการดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาทกับพิบัติภัยต่าง ๆ แต่อย่างไร ก็ตาม จากการศึกษาพบว่า คนเป็นผู้ก่อให้ เกิดอุบัติภัยสูงมากถึงร้อยละ 90 สูญเสียทั้ง ชีวิตและทรัพย์สินในแต่ละปีคิดเป็นมูลค่ามหาศาล
ขณะเดียวกัน นายสวัสดิ์ วัฒนายากร องคมนตรี ได้เป็นประธานในพิธีเปิดสำนักงานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ตั้งอยู่ เลขที่ 69/34 หมู่ 12 ถนนพุทธมณฑลสาย 3 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา และ ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตในเหตุ การณ์คลื่นยักษ์สึนามิ ถล่มพื้นที่ประเทศไทยฝั่งทะเลอันดามัน จนราบคาบ และทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก
ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ในฐานะประธานมูลนิธิฯ เปิดเผยว่า ในปัจจุบันเกือบทุกพื้นที่ในโลกต่างประสบภัยธรรมชาติ สภาวะโลกร้อน และการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ ก่อให้เกิดภัยพิบัติในรูปแบบต่าง ๆ นำความสูญเสียในชีวิต และทรัพย์สินแก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก จึงตัดสินใจก่อตั้งมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อศึกษาเฝ้าระวังและกระตุ้นเตือนให้ประชาชนรับทราบเพื่อลดความสูญเสีย โดยคณะกรรมการทุกฝ่ายจะร่วมกันเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารป รากฏการณ์ธรรมชาติ ที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนให้รับทราบผ่านสถานีวิทยุลูกทุ่งเน็ตเวิร์ก และสถานีวิทยุบิ๊กเอฟเอ็ม ตลอดจนเครือข่ายวิทยุภาคประชาชน และนักวิทยุสมัครเล่น
“ผมเล็งเห็นว่าภัยพิบัติที่เกิดขึ้นนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งคาดว่าในฤดูแล้งที่จะถึงนี้ประเทศไทยของเราจะมีปัญหา เรื่องน้ำ เกษตรกรทั้งหลายจะมีปัญหาเรื่องเพาะปลูก และส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ รัฐบาลควรมีการเตรียมการในการรับมือกับปัญหานี้” ดร.สมิทธ กล่าว
ด้าน นายปราโมทย์ ไม้กลัด รองประธานมูลนิธิฯ กล่าวว่า มูลนิธิฯ มีความมุ่งหวังทำงานเพื่อการกุศล โดยจะรวบรวม ข้อมูลนำมาวิเคราะห์ว่า จะเกิดภัยพิบัติที่ไหน อย่างไร ประชาชนควรระแวดระวังภัยตอนไหน เพื่อจะบอกกล่าวกับประชาชนให้เตรียมการรับมือได้ทันท่วงที
“ยุทธศาสตร์ของมูลนิธิฯ จะมี 3 ขั้นตอน คือก่อนเกิดภัย จะทำการเตรียมข้อมูล ให้ความรู้ และกระจายข่าวกับประชาชน ขั้นต่อมาคือระหว่างเกิดภัย มูลนิธิฯ จะเป็นศูนย์กลาง เพื่อประสานให้องค์กรต่าง ๆ เข้ามาช่วยเหลือ และสุดท้ายคือหลังเกิด ภัย มูลนิธิฯ จะร่วมกับหน่วยงานราชการเข้าไปศึกษา เพื่อไม่ให้เกิดภัยพิบัติซ้ำ” นายปราโมทย์ กล่าว
ที่ จ.พังงา ประชาชนได้ร่วมกันจัดงานย้อนรอยครบรอบ 5 ปีสึนามิในหลายจุด เริ่มจากการจัดให้มีการตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ 1 พันรูป ที่บริเวณหน้าโรงเรียนเทศบาลบ้านย่านยาว เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ยังได้สมทบทุนช่วยเหลือคณะสงฆ์ในจังหวัดชาย แดนใต้ รวม 46 วัด โดยมีญาติผู้เสียชีวิต ข้าราชการ และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 1 หมื่นคน
ส่วนที่อนุสรณ์สถานสึนามิ ชุมชนบ้านน้ำเค็ม หมู่ 2 ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ได้จัดพิธีร่วมกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์สึนามิ โดยมีพิธีวางพวงหรีด และดอกไม้ แด่คุณพุ่ม เจนเซ่น และกล่าวไว้อาลัยแก่ผู้สูญเสีย รวมทั้งมีการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนบุญ ส่วนกุศลและยืนไว้อาลัยให้กับผู้สูญเสียอย่างสงบนิ่ง เป็นเวลา 1 นาที โดยมีประชาชนเข้าร่วมงานกว่า 1 พันคน
ขณะที่บริเวณสุสานบ้านบางม่วง ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า พล.ต.ท.ดนัยธร วงศ์ไทย ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มาต้อนรับคณะทูต และตัวแทน กว่า 30 ประเทศ อาทิ อเมริกา เดนมาร์ก สวีเดน เยอรมนี ที่เดินทางมาวางดอกไม้ เพื่อไว้อาลัยให้แก่ญาติพี่น้องผู้สูญเสียจากคลื่นยักษ์สึนามิ ส่วนในภาคค่ำมีพิธีไว้อาลัยแก่ผู้ประสบภัย ที่บริเวณเรือ ต.813 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการเป็นประธาน รวมทั้งมีการปล่อยโคมลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่ออุทิศและส่งดวงวิญญาณให้กับผู้สูญเสียจำนวน 3,552 ดวง
ที่สถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน หาดประพาส หมู่ 1 ต.กำพวน อ.สุขสำราญ จ.ระนอง ได้จัดพิธีงานครบรอบ 5 ปี สึนามิ มี ศ.ดร.รังสิต สุวรรณมรรคา ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนา ม.เกษตรศาสตร์ เป็นประธานพิธีวางดอกไม้อาลัย อุทิศให้แก่ผู้เสียชีวิต ที่บริเวณอนุสรณ์สถานความสูญเสียจากคลื่นยักษ์สึนามิ พร้อมปล่อยพันธุ์ปลากะพงขาว 5 หมื่นตัวลงในทะเลอันดามัน บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบสงบ
ส่วนที่บริเวณสวนสาธารณะโลมา หาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นายวิชัย ไพรสงบ ผวจ.ภูเก็ต เป็นประธานในพิธีทางศาสนา ตักบาตรพระสงฆ์ 26 รูป และยืนสงบนิ่ง เพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาอาลัยให้กับผู้ที่จากไป ที่โรงแรมธรรม รินทร์ธนา ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง หลายหน่วยงานร่วมจัดงานรำลึกครบรอบ 5 ปี สึนามิ และงานวันป้องกันภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อรณรงค์ให้ตระหนัก และเตรียมความพร้อมรับมือปัญหาภัยพิบัติต่าง ๆ
ขณะที่บริเวณอ่าวต้นไทร เกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผวจ.กระบี่ เป็นประธานเปิดงานรำลึกครบรอบ 5 ปี สึนามิ ทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้เสียชีวิต อ่านสารของนายกรัฐมนตรี และยืนสงบนิ่ง 1 นาที เพื่อไว้อาลัยกับผู้จากไป ในโอกาสนี้ ได้ซักซ้อมแผนอพยพผู้คนหลบภัยคลื่นยักษ์สึนามิอีกด้วย
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียว่า เกิดแผ่นดินไหวปานกลางนอกชายฝั่งหมู่เกาะซามัวในเขตม หาสมุทรแปซิฟิกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย และการประกาศเตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิ โดยสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐแจ้งว่า วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 5.5 ริคเตอร์ เมื่อเวลา 22.04 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช ประเทศอังกฤษ ตรงกับ 05.04 น. วันเดียวกันตามเวลาในประเทศไทย มีจุดศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ดิน 35 กม. และห่างจากกรุงอาปีอาเมืองหลวงของซามัวไปทาง ทิศใต้ถึงตะวันตกเฉียงใต้ 281 กม.
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา เคย เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 8.0 ริคเตอร์ ยังผลให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิพัดถล่มภาคเหนือของเกาะ นิวอาโตปูตาปูของหมู่เกาะตองก้า มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ แล้วยังมีอีก 143 ศพในหมู่เกาะซามัว และ 34 ศพในดินแดนอเมริกัน ซามัว
ต่อมาสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจาก กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซียว่า เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 6.7 ริคเตอร์ นอกชายฝั่งเกาะมาลูกุของอินโดนีเซียเมื่อวันเสาร์ที่ ผ่านมา แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายหรือประกาศเตือนภัยคลื่ นยักษ์สึนามิ โดยสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐแจ้งว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้ เกิดขึ้นเวลา 15.57 น. ของวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับ 13.57 น. วันเดียวกันตามเวลาในประเทศไทย และมีจุดศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ดิน 67 กม. และห่างจากเมืองตูอัลของจังหวัดมาลูกุไปทางทิศตะวันต กเฉียงเหนือ 152 กม. ต่อมาสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐแจ้งอีกว่า แผ่นดินไหวเกิดในทะเลบันดา และวัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.0 ริคเตอร์