กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

นักวิชาการชี้วิกฤตชายหาดจากเขื่อนกั้นคลื่น

  • 18 มี.ค. 2557
  • 1,275

นักวิชาการชี้ชายหาดวิกฤตเหตุรุมสร้างเขื่อนกันคลื่น
(เว็บไซต์ไทยรัฐ 28 ธ.ค.52)


ชายหาดทะเลไทยเข้าขั้นวิกฤต หลายแห่งถูกกัดเซาะกลืนหาย เหตุสารพัดโครงการรุกท้องน้ำ เมืงอนคร-สงขลาเสียหายยับ นักวิชาการแนะรัฐแก้ด่วน-เสนอรื้อใหญ่เขื่อนกันคลื่น ชาวบ้านโอดอาชีพประมงได้รับผลกระทบรุนแรง

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ที่ตำบลสะกอม อำเภอจะนะ ได้มีการจัดงาน "คิดถึงเธอชายหาด" ซึ่งภายในงานได้มีการจัดกิจกรรมพื้นบ้านและอาหารท้องถิ่น โดยมีผู้เข้าร่วมภายในงานกว่า 100 คน และยังได้มีการจัดเสวนาร่วมพูดคุยถึงปัญหาชายฝั่งทะเลและแนวทางการแก้ปัญหา โดยนายสมบูรณ์ พรพิเนตพงศ์ นักวิชาการทางทะเล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งที่เกิดขึ้นในทะเลอ่าวไทย เกิดจากการสร้างสิ่งปลูกสร้างอย่างเขื่อนกันทราย-กันคลื่นรุกล้ำยื่นไปในทะเล ซึ่งกีดขวางทางน้ำ ทำให้กระแสคลื่นและนำเปลี่ยนทิศทางซึ่งทางการรู้ถึงผลกระทบอยู่แล้ว แต่ไม่ยอมรับ กลับกล่าวหาว่าเกิดจากภาวะโลกร้อน ตนเสนอให้รื้อเขื่อนออกให้หมด แต่คงเป็นไปได้ยาก เพราะจะเกิดการพิพาทกันระหว่างคนที่ได้รับผลประโยชน์กับคนที่เสียประโยชน์ นายสมบูรณ์กล่าวถึงกรณีชายฝั่ง จ.นครศรีธรรมราช ที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนกันทรายที่ปากคลองผักกาดบ้านบ่อคณที อ.ปากพนัง ว่า ทำให้หาดทรายด้านทิศเหนือของเขื่อนพังทลายเป็นระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร บ้านเรือนหลายหลังถูกพัดหายไปในทะเล หรือกรณีการสร้างเขื่อนกันทรายที่ปากคลองระบายน้ำชะอวด-แพรกเมือง อ.หัวไทร ก็ถูกกัดเซาะอย่างรวดเร็ว ซึ่งทางการได้สร้างกำแพงกันคลื่น แต่ก็ไม่สามารถยับยั้งได้ กลับส่งผลให้คลื่นยิ่งสูงขึ้นจากแรงปะทะ เกิดละอองไอน้ำเค็มฟุ้งกระจายสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนและแหล่งน้ำจืดบริเวณนั้น

"หาดทราบที่เสียหายในขั้นวิกฤตนั้น ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยต้องระงับการก่อสร้างสิ่งรุกล้ำชายฝั่งทุกขนาด ที่มีส่วนทำลายความสมดุลของตะกอนทรายชายฝั่ง และต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำทะเลออกให้หมด และมาตรการจัดการกับทรัพยากรชายฝั่งอย่างถูกต้อง" นายสมบูรณ์กล่าว

นายธนูเดช แพรกทอง อายุ 41 ปี อาชีพเกษตรกรรมชาวบ้านปากพนัง ซึ่งได้รับความเสียจากชายฝั่งที่ถูกกัดเซาะ กล่าวว่า ปัญหาเกิดจากภาครัฐและเอกชนสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำเข้าไปในทะเลทำให้ทิศทางของน้ำทะเลเปลี่ยน โดยเมื่อปี 2521 กรมชลประทานได้สร้างเขื่อนกันทรายปากคลองผักกาด เพื่อกันทรายไม่ให้เข้าไปในคลองระบายน้ำที่บ้านบ่อคณที ซึ่งการสร้างเขื่อนกันทรายนี้เปรียบเสมือนตัวเร่งให้ชายฝั่งข้างเคียงถูกกัดเซาะมากขึ้น

นายล้วน โรสิกะ ชาวประมงทะเลสาบสงขลา ผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างท่าเรือน้ำลึก จ.สงขลา กล่าวว่า ตั้งแต่มีการสร้างท่าเรือน้ำลึกความสมบูรณ์ของปากน้ำทะเลสาบก็ลดลง ช่องทางน้ำไหลจากทะเลสาบสู่ทะเลอ่าวไทยถูกปิดกั้นด้วยท่าเรือ ทำให้สิ่งอุดตันต่างๆ ในทะเลสาบไม่สามารถระบายออกได้ อีกทั้งยังส่งผลให้หาดทรายแก้วกว่า 40 ไร่ ต้องถูกคลื่นซัดหายไปหมด ปูลมนกนางนวล ก็หายไปด้วย

"เขื่อนท่าเรือและเขื่อนกันคลื่น เป็นสิ่งที่ทำลายทรัพยากรสัตว์น้ำทางทะเล เพราะสมัยก่อนคลื่นทะเลจะพัดตัวอ่อนสัตว์น้ำเข้ามายังทะเลสาบ แต่ตอนนี้ไม่สามารถพัดเข้ามาได้แล้ว พอพัดเข้ามาก็กระทบกับแนวเขื่อนกระเด็นออกไปหมด ปลาเก๋าที่เคยทำรายได้ให้คนละแวกนี้กว่า 10 ล้านบาท ปัจจุบันแทบหาไม่มีเลย" นายล้วน กล่าว

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง