กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

พบฝูงพะยูนใหญ่สุดในประเทศที่ตรังลด

  • 20 มี.ค. 2557
  • 1,261

พบฝูงพะยูนใหญ่สุดในปท.ที่ตรังลด
ผู้จัดการรายวัน (Th)


          นักวิชาการชาวไทย-ต่างชาติ ผนึกกำลังร่วมกัน บินสำรวจแหล่งพะยูนที่ใหญ่สุดในประเทศไทย ที่บริเวณเกาะลิบงและเกาะมุกด์ ของจังหวัดตรัง พบมีจำนวนที่ลดลงไปกว่าปีก่อนเล็กน้อย

          วานนี้ (24 ม.ค.) ทีมนักวิชาการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน จังหวัดภูเก็ตนำโดย น.ส.กาญจนา อดุลยานุโกศลพร้อมด้วยทีมนักบินชาวต่างชาติ นำโดยมิสเตอร์เอ็ดดูอาโด้ ได้ร่วมกันบินสำรวจประชากรพะยูนในท้องทะเลอันดามันโดยใช้ระยะเวลาประมาณ 10 วัน เน้นในพื้นที่เกาะลิบง กับเกาะมุกด์ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นแหล่งที่มีฝูงพะยูนอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทยและยังเป็นแหล่งที่มีหญ้าทะเลถึง 11 ชนิดจากจำนวนทั้งหมด 12 ชนิด พร้อมกันนั้นยังเปิดโอกาสให้บุคคลที่เกี่ยวข้องได้มีโอกาสขึ้นบินสำรวจพะยูนในครั้งนี้ด้วยอาทิ นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ส.ส.ตรังเขต 2 พรรคประชาธิปัตย์
          น.ส.กาญจนา อดุลยานุโกศล นักวิชาการมือหนึ่งด้านพะยูนของประเทศไทย กล่าวว่า สาเหตุที่ทีมงานเน้นการบินสำรวจที่เกาะลิบง กับเกาะมุกด์ เนื่องจากเป็นแหล่งเดียวที่จะสามารถอนุรักษ์พะยูนให้คงอยู่ต่อไปในประเทศไทยได้อีกหลายสิบปี
          อย่างไรก็ตาม ผลจากการบินสำรวจครั้งล่าสุดนี้พบว่า ประชากรพะยูนยังคงเดิม หรือลดลงเล็กน้อย หรือเหลืออยู่ประมาณ 120-130 ตัว ต่างไปจากการบินสำรวจครั้งก่อนเมื่อปลายปี 2552 ที่มีจำนวนพะยูนมากกว่านี้ประมาณ 5-10 ตัวโดยเฉพาะในบริเวณแหล่งที่พะยูนมักจะมาหากินหญ้าทะเล หรือในบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง ซึ่งข้อมูลที่แน่ชัดคงต้องอาศัยระยะเวลาอีกเล็กน้อยในการประเมิน แต่โดยเบื้องต้นพบว่าประชากรพะยูนยังไม่ได้ลดลงอย่างน่าใจหาย
          ทั้งนี้ ทีมงานขอฝากไปยังพี่น้องชาวประมงว่า เครื่องมือประมงบางชนิดที่เป็นอันตรายต่อพะยูน เช่น โป๊ะ หรืออวนลอยปลากระเบน อยากจะให้ช่วยกันทำให้มีจำนวนลดลง เพราะปกติก็เป็นเครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมายอยู่แล้วและยังจะทำให้พะยูน เต่าทะเล หรือแม้แต่สัตว์น้ำตัวเล็กๆ เข้าไปติดกันเป็นจำนวนมาก จนเกิดความสูญเสียมาอย่างมากมายนับไม่ถ้วนแล้ว หากไม่ตัดเครื่องมือประมงเหล่านี้ออกไป การอนุรักษ์พะยูนก็จะไม่สำเร็จผล และยังคงมีข่าวคราวการตายเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก สำหรับอีกงานหนึ่งที่ทีมงานอยากจะดำเนินการในอนาคตข้างหน้าก็คือ การติดเครื่องมือระบบดาวเทียมในส่วนหางของพะยูน เพื่อช่วยนักวิชาการในการติดตามความเคลื่อนไหว และเป็นวิธีการที่ต่างประเทศนำมาใช้แล้วได้ผลดี
          มิสเตอร์เอ็ดดูอาโด้ ทีมงานนักบินชาวต่างชาติ ซึ่งได้เดินทางมาสำรวจพะยูนหญ้าทะเล และสัตว์ทะเลหายากในท้องทะเลอันดามัน โดยเฉพาะจังหวัดตรัง มาเป็นระยะเวลาถึง 2 ปีแล้ว กล่าวว่า ในปีนี้ดูเหมือนว่าจำนวนพะยูนจะคงที่หรือลดลงเล็กน้อย จึงอยากจะฝากให้ทุกๆ คนช่วยกันอนุรักษ์ หรือรักษาสภาพแวดล้อมรวมทั้งสัตว์ทะเลที่หายากของประเทศไทยเอาไว้ด้วย เพราะไม่เช่นนั้นรุ่นลูกรุ่นหลานก็คงจะไม่มีโอกาสได้เห็นสิ่งที่มีค่าเช่นนี้อีก
          อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่จากสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน จังหวัดภูเก็ต กำลังบินสำรวจพะยูน ก็ต้องพบกับความสูญเสียเกิดขึ้นในพื้นที่บ้านพระม่วง ตำบลนาเกลืออำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เป็นพะยูนเพศเมีย ยาว 1 เมตร หนัก 120 กิโลกรัม และมีอายุ 4 ปี โดยที่ส่วนหางมีบาดแผลลึกฉกรรจ์ ที่น่าจะเกิดมาจากการถูกเครื่องมือประมง เช่น อวนปลา หรืออวนปู บาดเข้า จนบาดเจ็บสาหัสและสิ้นใจในที่สุดนับเป็นพะยูนตัวแรกที่ตายในปี 2553

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง