ผู้นำเฮติยอมรับอาจมีผู้เสียชีวิตถึง 1 แสนคนจากแผ่นดินไหว 3 ล้านคนได้รับผลกระทบหนัก

ความคืบหน้าเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 200 ปีในเฮติ ล่าสุด ประธานาธิบดีเรเน ปรีวัล ของเฮติ ออกมายอมรับแล้วว่า คาดว่าจะมีประชาชนเสียชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขนาด 7 ริกเตอร์เมื่อเช้าวานนี้ เป็นจำนวนหลายพันคน โดยกรุงปอร์โต-แปรงซ์ เมืองหลวงเฮติ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก อาคารรัฐสภา สำนักงานภาษี โรงเรียนและโรงพยาบาล พังถล่มลงมา พร้อมยืนยันว่า นายเฮดี อันนาบี ชาวตูนีเซีย หัวหน้าสำนักงานสหประชาชาติ หรือยูเอ็นในเฮติ เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิต หลังจากอาคารสำนักงานใหญ่ยูเอ็นพังถล่ม และยังมีเจ้าหน้าที่ของยูเอ็นมากกว่า 100 คน สูญหาย นอกจากนี้ ยังมีบาทหลวงคาทอลิกคนสำคัญ เสียชีวิตด้วย
ขณะที่ นายกรัฐมนตรีฌอง-แม็กซ์ เบลเลรีฟ ของเฮติ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า เขาเชื่อว่า มีผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งนี้มากกว่า 100,000 คน ส่วนกาชาดสากล กล่าวว่า มีประชาชนมากกว่า 3 ล้านคนได้รับผลกระทบอย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม มีหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งรวมทั้งสหรัฐ อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศสและเวเนซูเอลา ประกาศส่งความช่วยเหลือไปยังเฮติแล้ว โดยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยของสหรัฐชุดแรก คาดว่าจะเดินทางถึงเฮติในช่วงบ่ายวันพุธตามเวลาท้องถิ่น ส่วนเรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส วินเซนส์” ของกองทัพเรือสหรัฐ คาดจะเดินทางถึงเฮติในอีก 2 วันนี้.
ทำเนียบยับเยินคนตายเป็นเบือ
ตายเจ็บนับร้อยแม้ยังประเมินตัวเลขออกมาไม่ได้แน่ชัดจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 7.0 ริคเตอร์ถล่มกรุงปอร์-โต-แปรวซ์ เมืองหลวงของประเทศเฮติเมื่อเย็นวันอังคารที่ผ่านมา ขนาดทำเนียบประธานาธิบดีกับกองบัญชาการกองกำลังยูเอ็นยังพังถล่ม แต่ตัว ประธานาธิบดีรอด ด้านนานาชาติระดมกำลังช่วยเหลือเต็มที่แล้ว
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจาก กรุงปอร์โตแปรงซ์ ประเทศเฮติ เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ว่า เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงสร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากในประเทศเฮติ ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะในเขตทะเลแคริบเบียน โดยสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐแจ้งว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 7.0 ริคเตอร์ เมื่อเวลา 16.53 น. ของวันอังคารที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับ 04.53 น. วันพุธตามเวลาในประเทศไทย มีจุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากกรุงปอร์โตแปรงซ์ เมือง หลวงของเฮติ ไปทางทิศตะวันตก 15 กม. และลึกลงไปใต้ดิน 8 กม. เท่านั้น
รายงานข่าวแจ้งว่า แผ่นดินไหวทำให้อาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายพังถล่มลงมาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งศูนย์กลางอำนาจอย่างทำเนียบประธานา ธิบดี และกองบัญชาการกองกำลังรักษาสันติภาพแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) นับเป็นเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดในรอบ 200 ปีของประเทศเฮติ ซึ่งอาจจะคุ้นเคยกับโศกนาฏกรรมและเหตุวินาศภัย นอกจากนั้น ยังมีแรงสั่นสะเทือนตามหลังแผ่นดินไหวหรืออาฟเตอร์ช็อกถึง 24 ครั้งในประเทศเฮติ และแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวยังรู้สึกได้ถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างสาธารณรัฐโดมินิกัน และคิวบา เป็นต้น มีประกาศ เตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิด้วย แต่ยกเลิกไปในเวลาต่อมา
รายงานข่าวระบุต่อไปว่า ตามท้องถนนเต็มไปด้วยผู้บาดเจ็บจำนวนมากซึ่งรอความช่วยเหลือจากแพทย์และพยาบาล แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นหมันไปเสีย เพราะไม่มีวี่แววของการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินของเจ้าหน้าที่เลย ระบบการสื่อสารทางโทรศัพท์บ้านและโทรศัพท์มือถือล่มทั้งระบบ ทำให้ขาดการติดต่ออย่างสิ้นเชิง อาคารบ้านเรือนหลายพันหลังคาเรือนได้รับความเสียหายทั่วทั้งเมือง ส่วนการประเมินความเสียหายยังไม่สามารถระบุออกมาเป็นตัวเลข ได้ แต่เบื้องต้นมีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยหลายหมื่น คน ผู้เสียชีวิตอาจจะหลายร้อยคนและบาดเจ็บจำนวนมาก นอกจากนั้นก็มีรายงานว่า ประชาชนได้เข้าไปปล้นสะดมซูเปอร์มาร์เกต แห่งหนึ่งใกล้ที่เกิดเหตุ เพื่อฉกฉวยสินค้าข้าวของบรรเทาความอดอยาก
นายอแลง โยยันเดต์ รมว.ความ ร่วมมือแห่งรัฐของฝรั่งเศส เปิดเผยว่า มีประชาชนสูญหาย 200 คน หลังจากโรง แรมมอนทานาซึ่งเป็นที่พักยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติในกรุงปอร์โตแปรงซ์ เกิดพังถล่มลงมาเพราะเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งขณะนั้นมีนักท่องเที่ยวและชาวฝรั่งเศสที่ทำงานในเฮติ พักอาศัยอยู่ร่วม 300 คน อยู่ในโรงแรมที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม มีชาวฝรั่ง เศส 60 คน เข้าไปหลบภัยในสถานทูตฝรั่งเศสแล้ว แม้ตัวอาคารสถานทูตและ ทำเนียบทูตจะได้รับความเสียหายเช่นกัน
นายอแลง เลอ รอย หัวหน้ากองกำลังรักษาสันติภาพแห่งสหประชาชาติ แถลงว่า กองกำลังรักษาสันติภาพแห่งสหประชาชาติซึ่งส่วนใหญ่มาจากบราซิล ต่างพยายามหาทางช่วยเหลือผู้รอดชีวิตใต้ ซากปรักหักพังของอาคารกองบัญชาการกองกำลังรักษาสันติภาพแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเป็นตึกสูง 5 ชั้นที่พังถล่มลงมา เพราะยังมีผู้สูญหายหลายคน รวมถึงนายเฮดี้ แอนนาบี หัวหน้าสำนักงานกองบัญชาการกองกำลังรักษาสันติภาพฯ และจากการเปิดเผยของนักการทูตฟิลิปปินส์ ระบุว่า สามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตขึ้นมาได้หลายคนแล้วเช่นเดียวกับศพผู้เสียชีวิตก็หลายศพเช่นกัน เบื้องต้นมีรายงานว่า มีชาวจีน 8 คนเสียชีวิต สูญหาย 10 คน จอร์แดนเสียชีวิต 3 ศพ บาดเจ็บ 21 คน และเกาหลีใต้สูญหาย 7 คน ทั้งนี้ สหประชาชาติส่งกำลังทหาร 9,000 นาย เข้าไปปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพ นับตั้งแต่เคยเกิดเหตุกบฏโค่นอำนาจประธานาธิบดีในปี พ.ศ. 2547
กระทรวงการต่างประเทศของไต้หวัน แถลงด้วยว่า อาคารสถานทูตไต้หวันได้รับความเสียหายเช่นกัน ขณะที่ตัวเอกอัครราชทูตไต้หวันก็ได้รับบาดเจ็บ ส่วนตัวทำเนียบประธานาธิบดีก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน โดยนายโรเบิร์ต มานูเอล เอกอัครราชทูตเฮติ ประจำเม็กซิโก เปิดเผยว่า ประธานาธิบดี เรเน่ พรีวัล แห่งเฮติ พร้อมด้วยภรรยา ยังมีชีวิตอยู่ แต่รายละเอียดนอกเหนือจากนี้ ยังไม่มีการเปิดเผย อย่างไรก็ตาม เอกอัครราช ทูตเฮติประจำเม็กซิโก กล่าวย้ำว่าสถานการณ์ ร้ายแรงมากในขณะนี้
หลายประเทศทั่วโลก แสดงความจำนงที่จะให้ความช่วยเหลือกับเฮติ เช่น สหรัฐ ฝรั่งเศส แคนาดา อังกฤษ และรัฐบาลของประเทศแถบลาตินอเมริกา โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกานั้น ประธานาธิบดีบารัค โอบามา กล่าวแสดงความเสียใจกับประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กระทรวงกลาโหมสหรัฐ กองบัญชาการกองทัพสหรัฐในพื้นที่ภาคใต้ ได้ระดมกำลังเพื่อให้ความช่วยเหลือกับผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในประเทศเฮติแล้ว
น.ส.ซูซาน พอตเตอร์ นักธรณีฟิสิกส์แห่งสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ กล่าวว่า แผ่นดินไหวรุนแรงครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นในประเทศเฮตินั้นเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2440 ซึ่งเฮตินั้นถือว่าอยู่ในกลุ่มประเทศผู้ยากไร้ในทวีปอเมริกา ประสบภัยธรรมชาติมาแล้วหลายครั้ง เช่น เฮอริเคน 3 ครั้งกับพายุโซนร้อน 1 ครั้งถล่มเฮติเมื่อปี พ.ศ. 2541 มี ผู้เสียชีวิต 793 ศพ และสูญหาย 300 คน นอกจากนั้น ยังมีปัญหาทางการเมืองในประเทศในปีเดียวกันนั้น ส่งผลให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น แล้วต้องส่งทหารรักษาสันติ ภาพของสหประชาชาติเข้ามาประจำการ ประชากรของเฮติมีจำนวน 8.5 ล้านคน ครึ่งหนึ่งว่างงาน และร้อยละ 70 มีรายได้ต่อหัวไม่ถึง 2 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 70 บาท.
ก.ต่างประเทศ เร่งช่วยเหลือ 2 คนไทยในเฮติ
กระทรวงการต่างประเทศ 13 ม.ค.-นายพีรวิช สุวรรณประเทศ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงเหตุการณ์พิบัติภัยแผ่นดินไหวที่เฮติว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศได้ให้คณะทูตถาวรไทย ประจำนครนิวยอร์ก ติดต่อประสานไปยังคณะทูตถาวรเฮติ ประจำนครนิวยอร์ก ในการให้ความช่วยเหลือและดูแลคนไทยที่อยู่ในเฮติ ซึ่งขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศได้รับการประสานขอความช่วยเหลือจากญาติคนไทย 2 คน ที่ทำงานในเมืองหลวงของเฮติ เท่าที่ทราบเครือข่ายโทรคมนาคมในเฮติไม่สามารถติดต่อสื่อสารได้ ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศจะเร่งเข้าไปให้ความช่วยเหลือคนไทยดังกล่าวให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะมีสารแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว และรัฐบาลไทยกำลังพิจารณาช่วยเหลือชาวเฮติที่ประสบภัยพิบัติด้วย.
สำนักข่าวไทย
ดูภาพเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://talkystory.com/site/article.php?id=9418